สาวลาวติดคุกไม่เข็ด ออกมาก่อเหตุล้วงกระเป๋ากลางตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครอุดรธานี สารภาพเคยก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง เงินที่ได้ส่งไปให้ลูกที่อยู่กับแม่สามีหลังแยกทางกัน ตำรวจตรวจประวัติพบเคยก่อเหตุเมื่อปี 57...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ส.ค. 58 พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สุมิตร นันสถิตย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี และ พ.ต.ต.อาทิตย์ จันทา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี แถลงการจับกุมนางเวียงแก้ว อายุ 28 ปี ราษฎรแขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมของกลาง กระเป๋าเงิน 3 ใบ พระเลี่ยมทอง 2 องค์ บัตรเอทีเอ็ม 14 ใบ บัตรประชาชน 1 ใบ เงินสด 900 บาท กิ๊บหนีบผมสีชมพู 1 อัน ในข้อหาคดีลักทรัพย์

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.ท.เวนิช ประเสริฐ รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุล้วงกระเป๋าที่ตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบพบนางเอี่ยมฤทัย พลขันธ์ อายุ 43 ปี ผู้เสียหาย แจ้งว่า ขณะเดินซื้อกับข้าวในตลาด ตนถูกล้วงกระเป๋า จึงร้องให้ชาวบ้านช่วยจับหญิงดังกล่าวเอาไว้

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี เปิดเผยว่า ตำรวจได้ตรวจค้นตัวผู้ต้องหา พบเงินสด 900 บาท พระเลี่ยมทอง 2 องค์ แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ จึงควบคุมตัวไปโรงพัก และนำภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะนางเวียงแก้ว ก่อเหตุล้วงกระเป๋านางหนูพิศ ศาลากาล อายุ 56 ปี ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม มาให้ดู เมื่อมีหลักฐานมัดแน่น นางเวียงแก้ว จึงให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุล้วงกระเป๋าจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปค้นห้องพักที่บ้านโนนสูง ต.โนนสูง จ.อุดรธานี พบของกลางจำนวนมาก

สอบสวนนางเวียงแก้ว รับสารภาพว่า ตนแต่งงานกับชายไทยที่ จ.สกลนคร มีลูก 3 คน แต่ได้แยกทางกัน จึงมาทำงานที่ร้านคาราโอเกะ บ้านโนนสูง เมืองอุดรธานี ได้ก่อเหตุล้วงกระเป๋าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาจริง เงินที่ได้ส่งไปให้ลูกที่อยู่กับแม่สามี และได้มาก่อเหตุอีกครั้ง ครั้งแรกได้เงิน 300 บาท แต่ครั้งที่ 2 ยังไม่ได้เงินเพราะเหยื่อรู้ตัวและถูกจับ

...

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาสารภาพว่าเคยก่อเหตุแค่ 2 ครั้ง แต่หลักฐานที่ค้นพบในบ้านพักมีจำนวนมาก จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อปี 2557 นางเวียงแก้วเคยถูกตำรวจอุดรธานีจับ หลังก่อเหตุล้วงกระเป๋าที่ตลาดสดเทศบาล 1 ติดคุก 1 ปี 6 เดือน พ้นโทษออกมาเดือนเมษายน ก็มาก่อเหตุอีก