ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น รายงานเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 เผยที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น ว่า หลังการปฏิบัติร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง ตำรวจ, ทหารและฝ่ายปกครองของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ทั้ง 12 จังหวัดตามมาตรการคุมเข้มและกวดขันจับกุมสถานบริการ, สถานบันเทิงรวมไปถึงร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงพบว่า ร้านส่วนใหญ่ฝ่าฝืนคำสั่ง และยังตั้งร้านอยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษา ในระยะที่น้อยกว่า 300 เมตร ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ได้กำหนดระยะห่างระหว่างสถาบันการศึกษากับร้านต่างๆไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มต่างจังหวัดที่ต้องมากกว่า 300 เมตร

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าบางร้านตั้งติดกับรั้วของสถาบันการศึกษาไม่ถึง 50 เมตร โดยเฉพาะที่ จ.ขอนแก่น ได้เปิดปฏิบัติการใช้ตลับเมตร ทำการวัดระยะห่างจากรั้วสถาบันการศึกษากับร้านค้า แล้วยังสร้างความเข้าใจถึงคำสั่งและการเอาจริงของทางเจ้าหน้าที่ให้กับเจ้าของร้านและผู้ประกอบการได้รับทราบว่าเป็นการปฏิบัติงานอย่างจริงจัง

“ขอนแก่นและอุดรธานีเป็น 2 จังหวัดที่น่าเป็นห่วงและจะต้องรีเอกซเรย์ใหม่ทั้งหมด ตามการประกาศบังคับใช้ในมาตรการดังกล่าว โดยตำรวจจะต้องประสานการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง และกำลังทหารในพื้นที่ทำการเพิ่มความเข้มงวดกวดขันตรวจสอบอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ซึ่งหากพบว่าผิดก็ว่ากันไปตามความผิด ทั้งนี้ จากการใช้ตลับเมตรวัดที่จังหวัดขอนแก่นแล้ว พบว่าหลายจังหวัดเริ่มมีการตื่นตัวและให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

ขณะที่การลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิง ที่ผ่านมาพบว่าบางร้านเปิดให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ จึงได้มีการสั่งปิดการให้บริการไป 1 ราย เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยมีผลทันที

...

ผบช.ภ.4 กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือการออกตรวจอีกครั้ง ยังพบสถานบริการ, สถานบันเทิงและร้านจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ตั้งอยู่ในระยะห่างที่น้อยกว่า 300 เมตร ตามคำสั่งของ คสช. 5 เสือโรงพัก ซึ่งประกอบด้วย ผกก, รอง ผกก. (ป.), รอง ผกก.(สส.), สวป. และ สว.สส.ทุกพื้นที่ จะถูกย้ายออกนอกพื้นที่และให้มาสำรองราชการที่ บช.ภ.4 ทันที ฐานปล่อยปละละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนในภาพรวมดังกล่าวทั้งหมด.