จากกรณีที่บริษัทแห่งหนึ่งเข้าไปแผ้วถางป่าเสม็ดในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา บ้านท่าเนียน หมู่ที่ 3 ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันในเนื้อที่กว่า 925 ไร่ อ้างว่ามีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) จำนวน 23 ฉบับ ต่อมานายศักดา วิเชียรศิลป์ ผอ. สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปตรวจสอบพบว่า น.ส.3 ก.น่าจะออกมาโดยมิชอบ และรวบรวมเอกสารหลักฐาน ส่งให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯเสนอให้กรมที่ดินเพิกถอน น.ส.3 ก.นั้น

นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรฯมีคำสั่งให้นายศักดิ์ดา ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักอนุรักษ์ ต้นน้ำ กระทรวงทรัพยากรฯแล้ว ตนมีความแคลงใจการโยกย้ายในครั้งนี้ ขณะที่กลุ่มชาวบ้านที่ทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐก็เคลือบแคลงสงสัยเช่นกัน เชื่อว่าน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังในการโยกย้ายครั้งนี้ ขอให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำรายงานของนายศักดิ์ดา ไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปด้วย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีประโยชน์ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่สมควรที่จะออก น.ส. 3 ก.

ทางด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการย้าย นายศักดิ์ดา เพราะปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพสูง ตรงไปตรงมา เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านในพื้นที่ หากปล่อยให้ จนท.รัฐในพื้นที่ตรวจสอบการถือครอง น.ส.3 ก.ดังกล่าว ก็คงเป็นไปอย่างเชื่องช้า ผู้ที่จะมารับตำแหน่งแทน จะต้องเสียเวลาศึกษาข้อมูลการถือครองเอกสารสิทธิอีกสักระยะหนึ่งอันจะส่งผลให้การตรวจสอบล่าช้า สำหรับตนนั้น สงสัยว่าทำไมจึงต้องโยกย้ายม้ากลางศึก เข้าใจว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงไม่ทราบในการย้ายในครั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ เร่งตรวจสอบถึงสาเหตุการย้ายในครั้งนี้ด้วย เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านและข้าราชการบางส่วนเข้าใจว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังในการโยกย้ายนายศักดิ์ดาในครั้งนี้ ขอยืนยันว่าการใช้ ม.44 ในการตรวจสอบการถือครอง น.ส. 3 ก. และใช้ ม.44 กับส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่รัฐบาลและ คสช.จะต้องเร่งดำเนินการ.

...