หลักทรัพย์'เออีซี'ร่อนแถลง คดี'เสี่ยชูวงษ์'ทำตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯปี35 เคร่งครัด ระบุผู้ตายโทรศัพท์กลับมาสั่งให้โอนหุ้นจริง ยัน ไม่ได้ให้ปากคำพนักงานสอบสวน'บรรยิน'เปิดพอร์ตร่วม'ชูวงษ์'นำเงินไปสังสรรค์ไม่ได้ตั้งพรรคการเมือง ชี้ ข่าวคลาดเคลื่อน 

วันที่ 14 ส.ค. นายพิสิทธิ์ ปทุมบาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) ได้ชี้แจงว่า นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ตามข่าว บริษัทได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนมาโดยตลอด แต่ด้วยเหตุที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม มาตรา 316 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ที่ห้ามมิให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลของลูกค้า เว้น แต่เป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน

ดังนั้น เมื่อพนักงานสอบสวน ประสงค์จะสอบปากคำพนักงานของบริษัทคนใด หรือ ประสงค์จะเรียกเอกสาร หรือ วัตถุใด จากบริษัท บริษัทจำเป็นต้องขอให้พนักงานสอบสวน ออกหมายเรียกบุคคล เอกสาร หรือวัตถุ มายังบริษัท เพื่อเป็นหลักฐานว่า บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 316 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535

ทั้งนี้ ทางบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) ยังได้ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง ในเรื่องการโอนหุ้น ตั้งแต่แรกว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 นายชูวงษ์ ได้มาติดต่อที่บริษัท เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท รวม 2 บัญชี ประเภท คือ บัญชี Cash Balanceและ Cash Account  ต่อมา วันที่12 ธันวาคม 2557 นายชูวงษ์ ได้โอนหุ้น BBL จำนวน 50,000 หุ้น CPN จำนวน40,000หุ้น และPTTEP จำนวน 60,000หุ้น จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง มายังบัญชีของตัวเองที่เปิดไว้กับบริษัท จากนั้น วันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 2558 นายชูวงษ์ ได้โอนหลักทรัพย์ในบัญชีของตัวเองไปยังบัญชีที่เปิดไว้กับ บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นบัญชีของนายชูวงษ์ เช่นกัน

...

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) ชี้แจงต่อว่า การโอนหุ้นที่เป็นข่าวอยู่นั้น เป็นการโอนหลักทรัพย์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 พนักงานของนายชูวงษ์ ได้นำใบคำขอถอน/โอน หลักทรัพย์ BBL จำนวน 50,000 หุ้น CPN จำนวน 40,000 หุ้น และPTTEP จำนวน 60,000 หุ้น มามอบให้กับ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน เพื่อให้ช่วยดำเนินการโอนหลักทรัพย์ดังกล่าว ให้กับ น.ส.ศรีธรา พรหมา โดยแจ้งให้ น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม หัวหน้าสายงานปฏิบัติงานตลาด ลงนาม เพื่อส่งให้กับฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ดำเนินการตามเกณฑ์ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ ได้รับเอกสารดังกล่าว ได้ตรวจสอบเปรียบเทียบลายมือของนายชูวงษ์ ที่ให้ไว้ พบว่า ลักษณะถูกต้องตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่ให้ไว้กับบริษัท จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายชูวงษ์ เพื่อยืนยันการโอนหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2558 จึงไม่ได้ดำเนินการ จนเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2558 นายชูวงษ์ ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังบริษัทผ่านทาง น.ส.อุรชา จากนั้น น.ส.อุรชาได้โอนสายให้ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ สอบถามและได้รับการยืนยันว่า เป็นนายชูวงษ์ โดยยืนยันว่า ต้องการโอนหลักทรัพย์ทั้ง 3 รายการ ให้กับ น.ส.ศรีธรา จริง พร้อมกับแจ้งว่า น.ส.ศรีธรา มีความสัมพันธ์เป็นญาติ ทางฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์จึงดำเนินการโอนให้ตามความประสงค์

ทั้งนี้ บริษัทได้ทำตามขั้นตอนการโอนหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้ครบถ้วนทุกประการ ตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการโอนหุ้น บริษัทได้ตรวจสอบทั้งลายมือชื่อว่า ตรงกับที่ลูกค้าเคยให้ไว้หรือไม่ รวมทั้งถ้าหากลูกค้าไม่ติดต่อกลับมายังฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์โดยตรง จะต้องดำเนินการติดต่อกลับไปยังลูกค้า เพื่อยืนยันการถอนโอนหลักทรัพย์ แต่ถ้าไม่ได้รับการติดต่อ บริษัทฯ ก็ไม่มีอำนาจที่จะอนุมัติการโอนหลักทรัพย์ได้ จะทำได้เพียงแค่อำนวยความสะดวกในการให้บริการ เท่านั้น.

นอกจากนี้ นายพิสิทธิ์ ปทุมบาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด มหาชน ยังชี้แจงเพ่ิมเติมว่า ตามที่นายนัฐพล เฉลิมพจน์ เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของบริษัท ได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในทำนองว่าพ.ต.ท.บรรยิน เปิดพอร์ตการลงทุนของกลุ่ม วปอ. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงิน หรือ ผลกำไรไปสังสรรค์เท่านั้น ไม่ได้เป็นการระดมทุนตั้งพรรคการเมือง ซึ่งผู้ตายลงเงิน 10 ล้านบาท ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน ลงเงิน 5 ล้านบาท บริษัทขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และอาจทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย เพราะ นายนัฐพล มิได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตามที่กล่าวไว้แต่อย่างใด จึงใคร่ขอให้ประชาชน ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ด้วย.