บก.น.8 เดินหน้าแจกหมวกนิรภัยตาม “โครงการหมวกกันน็อกของหนู” หวังลดบาดเจ็บ-เสียชีวิตในเด็ก จ่อบังคับ นร.-นศ. ใช้ จยย. ถูกต้องตามกฎหมาย...
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ส.ค. พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 พร้อม พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม และ พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม ดำเนินการแจกหมวกนิรภัยตาม “โครงการหมวกกันน็อกของหนู” ให้เด็กนักเรียนอนุบาล ประถม และมัธยม ที่โรงเรียนแสงอรุณ ซอยอรุณอมรินทร์ 6 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม.โดยมี พ.ต.ต.พัฒนากร สูงนารถ สว.จร.สน.บุปผาราม กล่าวรายงาน พร้อมนำคณะครู อาจารย์ และนักเรียนกว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมและรับฟังการบรรยายถึงประโยชน์ของการสวมใส่หมวกกันน็อกจาก ผบก.น.8
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวว่า วันนี้ได้นำหมวกนิรภัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มาแจกให้น้องๆ นักเรียน จำนวน 200 ใบ คาดว่าจะแจกครบ 8,100 ใบ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ พบเห็นสิ่งที่น่าสนใจจากสถาบันการศึกษาแห่งนี้คือ บรรดาครูอาจารย์และนักเรียนระดับมัธยมปลายให้ความใส่ใจ เล็งเห็นความสำคัญของโครงการอย่างมาก เพราะสามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตบนท้องถนนในหมู่นักเรียนได้จริง โดยทางโรงเรียนจัดให้มีการประกวดวาดภาพระบายสีตามโครงการหมวกกันน็อกของหนูขึ้น นอกจากนั้นนักเรียนระดับผู้นำในชั้นมัธยมปลายยังแสดงฝีมือการถ่ายและตัดต่อหนังสั้นเรื่องพิษภัยของการไม่สวมหมวกกันน็อก มาเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ในโรงเรียนและนำไปโพสต์ต่อในโซเชียลมีเดียเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์จึงเป็นเรื่องน่ายินดีและสมควรให้การส่งเสริม
...
อีกทั้ง จากการพูดคุยกับครูบาอาจารย์ทราบว่า ที่นี่ไม่ได้ปิดกั้นจำกัดสิทธินักเรียนที่มีอายุครบ 18 ปี ตามหลักเกณฑ์ขอสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สามารถกระทำได้ แต่หากรายใดต้องการนำรถ จักรยานยนต์เดินทางไปกลับระหว่างโรงเรียนและบ้านพัก จะต้องทำตามกฎคือ นำใบอนุญาตขับขี่มาแสดง จากนั้นอาจารย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป ก่อนเชิญผู้ปกครองมาทำหนังสือรับรองเพื่อเป็นการรับทราบกันทุกฝ่าย ที่สำคัญไปกว่านั้นนักเรียนผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะต้องสวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน พร้อมรัดสายคาดคางให้เรียบร้อย ปัจจุบันมีนักเรียนระดับมัธยมปลายที่ได้รับอนุญาตให้นำรถจักรยานยนต์มาจอดในโรงเรียน ประมาณ 10 คัน ซึ่งทางโรงเรียนจัดที่จอดไว้ให้อย่างเหมาะสมไม่ต้องไปแอบจอดตามรั้ว ตามจุดลับตา เสี่ยงปัญหาการถูกโจรกรรม
“เข้าใจว่าทุกวันนี้ รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่จำเป็นสำหรับหลายคน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีปัญหาจราจรติดขัด แต่ก่อนที่ผู้ปกครองจะซื้อหาให้บุตรหลานใช้ก็สมควรพิจารณาให้รอบคอบเพราะหากบุตรหลานใช้รถอย่างไม่ระมัดระวัง นำไปแข่งขันบนทางสาธารณะผู้ปกครองก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่สำคัญเมื่ออายุครบเกณฑ์ถึงเวลามีใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมาย ก็ห้ามไม่ได้ที่จะไม่ให้ใช้ แต่การใช้รถจักรยานยนต์ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ถูกกฎหมาย และปลอดภัย การที่โรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมกวดขันให้เด็กๆ ปฏิบัติตามกฎหมายและช่วยจัดระเบียบให้ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ดีกว่าให้เด็กแอบขับขี่ แอบนำไปจอดตามที่ต่างๆ และใช้ยานพาหนะหนีเรียนไปมั่วสุมกระทำในทางที่ผิด ซึ่งตนจะนำเอาแนวคิดนี้ไปเป็นแนวทางนำร่องให้สถานศึกษาอื่นๆ ที่มีนักเรียนนักศึกษาใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียนปฏิบัติตามต่อไป” พล.ต.ต.ฤชากร กล่าว