กอ.รมน.ภาค 4 สน. วอนอย่าบิดเบือนกรณียิง ด.ช.13 ปี เสียชีวิต ยันเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ช่วยเหลือ เยียวยาเหยื่อตลอด ด้าน ตร.เร่งรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เทียบผลดีเอ็นเอ เชื่อไม่นานระบุตัวคนร้ายได้...
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ส.ค. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวถึงกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่บ้านของชาวบ้านที่ ต.บาโระ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อกลางดึกวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีเด็กชายอายุ 13 ปี เสียชีวิต ว่า หลังจากเกิดเหตุมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเป็นการตอบโต้กรณีเหตุการณ์คนร้ายเข้าโจมตีชุดคุ้มครองตำบลบาโระ รวมทั้งมีการชี้นำทางความคิดของกลุ่มภาคประชาสังคมบางกลุ่ม ว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือเยียวยา และเป็นการปฏิบัติสองมาตรฐาน ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า องค์กรดังกล่าวขาดความจริงใจ ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุตั้งแต่หลังจากเกิดเหตุทันที หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ รวมทั้งการประกอบพิธีฝังศพ
“ส่วนความคืบหน้าทางด้านการเยียวยา ศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาจังหวัดยะลา ได้เข้าไปประชุมร่วม 3 ฝ่าย ที่สรุปได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีความมั่นคง จึงได้มีการมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตแล้ว จำนวน 500,000 บาท รวมทั้งการเยียวยาทางด้านจิตใจ ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการต่อไป ส่วนความคืบหน้าด้านคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งสามารถเก็บสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ของคนร้ายได้ด้วย เนื่องจากในระหว่างหลบหนีคนร้ายได้ถูกลวดหนามเกี่ยว ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 กำลังตรวจสอบสารพันธุกรรม คาดว่าอีกไม่นานก็จะสามารถระบุตัวคนร้ายได้ และจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว
พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวต่อไปว่า ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการเดินหน้า และมีพัฒนาการดีขึ้นมาก เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน แต่ในขณะเดียวกัน ในห้วงที่ผ่านมากลับมีบางกลุ่ม บางองค์กรที่พยายามทำลายบรรยากาศแห่งความก้าวหน้าของการแก้ปัญหา ทำลายบรรยากาศความสุขของพี่น้องโดยการบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงในพื้นที่ ชี้นำทางความคิด ทำลายความเชื่อมั่นของอำนาจรัฐ เพื่อสร้างความระแวงให้แก่พี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้น
ทั้งนี้ ขอฝากไปยังกลุ่มองค์กรเครือข่ายที่พยายามเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าว ให้คิดถึงสังคมในส่วนใหญ่ คิดถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และขอให้คิดถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย ให้ตรวจสอบข้อมูลรอบด้านว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่จะบริโภคข้อมูลข่าวสารก็ขอให้ใช้วิจารณญาณ ตรึกตรองอย่างรอบด้านอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดี.
...