ป้าเมี่ยง นุศรา รี้พลกุล อายุ 59 ปี รู้ข่าวกิจกรรม BIKE FOR MOM (ไบค์ ฟอร์ มัม) จากรายการสรยุทธ ช่อง 3 ว่าให้ ไปลงทะเบียนวันที่ 1 กรกฎาคม

พอถึงวันนั้น เวลาบ่าย 3 โมง ป้าเมี่ยงก็ไปลงทะเบียนที่เขตภาษีเจริญ ได้เป็นคนที่ 101

แล้วยังลงชื่อเผื่อสองลูกสาว น.ส.ธัญญารัตน์ น้องเพลิน และ น.ส.กัญญารัตน์ น้องแพร

เหตุเพราะที่พระลานพระราชวังดุสิตเต็ม กรมทหารราบที่ 1 เต็ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็เต็มหมด เหลือที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ห้าร้อยคัน เจ้าหน้าที่บอกให้ป้าเมี่ยงไปที่นั่น...เตรียมตัวให้พร้อม

“ไปไหวไหม” เจ้าหน้าที่ถาม “ไปไหวค่ะ” ป้าเมี่ยงตอบ

ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ป้าเมี่ยงบอก รู้สึกดีใจ ปีนี้ก็จะ 60 ปีแล้ว เจอกิจกรรมสำคัญเป็นมงคลชีวิต ฟ้าชายท่านจะทรงขี่จักรยานนำขบวน ก็อยากมีส่วนร่วม อยากจะตื่นเต้น อยากให้ชีวิตมีคุณค่า

และนี่ยังเป็นประวัติศาสตร์ ที่กินเนสส์บุ๊กจะบันทึก

ได้คิวของตัวเอง และลูกสาวแล้ว ป้าเมี่ยงก็กลับบ้าน ตั้งใจเตรียมจักรยาน

ที่บ้านมีแต่จักรยานแม่บ้านอยู่คันเดียว พอลูกสาวขอไปปั่นด้วย ก็ต้องซื้อจักรยานเพิ่ม

เห็นสภาพจักรยานที่ใช้กับงานแม่บ้าน ป้าเมี่ยงคิดว่าไม่เหมาะกับงานสำคัญ ต้องเปลี่ยนจักรยานใหม่ แต่ก็ทำได้แค่ไปซื้อจักรยานมือสอง ราคาคันละ 1,500 บาท เป็นจักรยานแบบมีเกียร์ ทั้ง 3 คัน ตรวจสภาพยางเห็นว่าเก่าไป เปลี่ยนยางในยางนอกใหม่ให้เรียบร้อย

จากนั้นก็เตรียมรองเท้าผ้าใบ ถุงมือ ซื้อปลอกใส่แขนกันแดด คู่ละ 25 บาท ซื้อหมวกกันแดดใบละ 50 ที่สำเพ็ง ไปจ้างปักคำว่า MOM ส่วนของลูกสาวปักชื่อลูก ป้าเมี่ยงบอกว่า ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องแพง ใช้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันที่ 25 กรกฎาคม ไปรับเสื้อพระราชทานและเข็มกลัด ไบค์ ฟอร์ มัม ป้าเมี่ยงคิดว่าประตูสนามกีฬากองทัพบกเปิด 9 โมงเช้า ถ้าไป 9 โมงเช้าคิวคงยาว ก็รีบตื่นตั้งแต่ตีสี่

...

ทำงานบ้านเสร็จราวๆ 6 โมงเช้า ชวนเพลินลูกสาวนั่งรถเมล์จากท่าพระ สาย 509 ลงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ นั่งรถที่ทางราชการจัดมาเป็นรถฟรีต่อไปสนามกีฬากองทัพบก

ถึงตรงดินแดง เห็นคนต่อแถวก็ขอลง เดินต่อแถวไปเรื่อยๆ ชั่วโมงกว่าถึงจะได้เข้าสนามกีฬากองทัพบก

“ระหว่างเวลาที่ยืนต่อแถว เห็นคนเปลี่ยนใจกลับบ้าน” ป้าเมี่ยงเล่า

เข้าประตูสนามกีฬาแล้ว ก็ยังต้องเดินรอบสนามกีฬาเข้าไปในอัฒจันทร์ เจ้าหน้าที่จัดแบ่งเป็น 4 ทิศ นายทหารจัดระเบียบแถวละ 20 คน ให้ขึ้นไปที่อัฒจันทร์ทั้ง 4 ด้าน

ตอนรับต้องทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ป้าเมี่ยงถอนสายบัวรับเสื้อมาแนบอก แล้วก็ลงจากอัฒจันทร์

ช่วงเวลาที่น่าชื่นใจนั้น ป้าเมี่ยงบอกว่า มีนายทหารคอยประชาสัมพันธ์ชวนเชิญให้ประชาชนถวายความจงรักภักดี แล้วขอให้ร่วมกันถวายพระพร ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ

ป้าเมี่ยงยังร่วมทำกิจกรรมกับชมรมนักปั่นจักรยาน เล่นเกมปั่นจักรยานทดสอบความเร็วได้กระดิ่งมา 1 ใบ บรรยากาศในงานขับกล่อมด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ เพลิดเพลินเบาๆสบายๆ บ่ายๆ ก็กลับบ้าน

ย้อนอดีตไปสมัยเป็นเด็ก ป้าเมี่ยงชอบขี่จักรยานไปทุกตรอกซอกซอยใกล้บ้าน พอวัยรุ่นก็ไปเช่าจักรยานขี่ที่สนามหลวง

บ้านป้าเมี่ยงอยู่เลขที่ 6 ท้ายซอยเพชรเกษม 20 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ทุกวันป้าเมี่ยงปั่นจักรยานไปส่งลูกสาวหน้าปากซอย เพื่อไปทำงานไกลไปอีก 1 ป้ายรถเมล์

การขี่จักรยานส่งลูกสาวทุกวัน ไม่เพียงได้ออกกำลังกาย ยังช่วยประหยัดค่ารถ

“ปั่นจักรยานส่งลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ ลูกสามคนซ้อนท้ายจักรยาน ข้างหน้ามีลูกสาวคนเล็ก ส่วนข้างหลังมีลูกชายและลูกสาว แบกกระเป๋านักเรียน 3 ใบ มือยังสามารถกางร่มได้ด้วย” ป้าเมี่ยงเล่า

เคยเจออุบัติเหตุ 3 ครั้ง ทุกครั้งก็ไม่เคยบาดเจ็บ เพราะมีสติ

นอกจากส่งลูกปากซอย บางวันป้าเมี่ยงขี่จักรยานไปถึงเพชรเกษม 4 ค้าขายเล็กๆน้อยๆ ไปหาลูกค้าแถวโรงงานเฟอร์นิเจอร์ โรงกลึง โรงเย็บผ้า

“แถวภาษีเจริญมีโรงงานเยอะ รู้ทิศทางว่าตรงไหนลัดเลาะได้”

เขาสั่งของอะไรก็จะไปซื้อให้ คนทำงานโรงงานไม่มีเวลา เช่น รองเท้า กางเกง กางเกงใน

เรื่องในอดีตที่ป้าเมี่ยงตั้งใจบอกเล่าเหมือนจะบอกว่า อย่าห่วงเลยหนา ป้าเป็นนักขี่จักรยานมืออาชีพ

วันงาน...ขี่จักรยานเพื่อแม่...ป้าเมี่ยงเตรียมตัวยังไง ป้าเมี่ยงบอกว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจะจ้างรถ 3 ล้อแถวบ้านมาเอาจักรยานทั้ง 3 คันขึ้นรถ พวกเรา 3 คนแม่ลูก ก็จะนั่งไปกับรถสามล้อให้ไปส่งที่ราบ 11

ป้าเมี่ยงพอรู้หมายกำหนดการ...บ่าย 3 โมง สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ ท่านจะนำขบวนจากพระลานพระราชวังดุสิต พอมาถึงราบ 11

พวกเราที่รออยู่ก็ตามท่านไป

“คิดว่าจะปั่นให้ถึง เพราะวันเวลานั้นถนนเปิดโล่ง ยังไงก็ขี่ได้”

ป้าเมี่ยงเล่า น้ำเสียงเชื่อมั่น

โดยส่วนตัวป้าเมี่ยงปั่นจักรยานคล่อง แต่ก็อดเป็นห่วงลูกๆไม่ได้ จึงตั้งใจจะขี่ชิดริมถนนไปเรื่อยๆ

จบภาระขี่จักรยาน ป้าเมี่ยงก็นัดให้รถสามล้อมาขนรถจักรยานกลับบ้าน ส่วนตัวป้าและลูกๆ ตั้งใจจะไปถนนเสือป่า กลางคืนนอกจากมีคอนเสิร์ต ยังมีไฟสวยๆให้เดินดู

ป้าเมี่ยงไม่แค่เตรียมตัวเองให้พร้อม ยังกำชับลูกสองคนให้นอนแต่หัวค่ำ พักผ่อนให้เพียงพอ ตื่นเช้ามาจะได้มีแรง

จักรยานแม้มั่นใจว่าเรียบร้อย แต่ก็อดใจไม่ไหว ต้องเช็กให้เรียบร้อยอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าจะต้องเช็กอีกกี่ครั้ง

ระหว่างนี้ ป้าเมี่ยงให้ลูกสาวโหลดเพลง Bike for mom ปั่นจักรยาน ไว้ในโทรศัพท์มือถือ ฝึกหัดร้องระหว่างปั่น ถึงวันนี้ ป้าเมี่ยง จำได้แต่ท่อนฮุก “ปั่นๆจักรยานไป ปั่นๆจักรยานกัน ทางจะใกล้หรือไกลไม่สำคัญ มันอยู่ที่หัวใจ...”

...

ดูสภาพความพร้อม ป้าเมี่ยงผู้เป็นแม่ดูจะพร้อมมากกว่า ที่น่าเป็นห่วง คือลูกสาว น้องเพลินบอกว่า วันเสาร์จะอยู่บ้านนอนพักผ่อนเตรียมตื่นเช้าวันอาทิตย์

จักรยาน แน่ใจว่าปั่นได้ แม้ปั่นไม่บ่อยเท่าแม่

อายุเพลินแค่ 33 ปี ยังแข็งแรงพอ จนไม่ห่วงว่าจะปั่นไม่ไหว กำลังใจมาก่อน อีกอย่างเดือนนี้เป็นเดือนที่แม่เกิด อยากไปเป็นเพื่อนแม่ เพราะรักแม่จึงตามไป

เพลินตั้งความหวัง บรรยากาศคนเยอะๆคึกคัก เร้าใจให้สนุก ปั่นไปพร้อมๆกัน น่าจะถึงจุดหมายได้ไม่ยากนัก

ไม่ว่าป้าเมี่ยงและลูกๆ ยิ่งคุยๆไป ก็ย้ำอยู่ว่า กิจกรรมไบค์ ฟอร์ มัม ครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในชีวิต ถ้าหากจะมีกิจกรรมทำนองนี้อีกในอนาคต ป้าเมี่ยงและลูกๆ ก็จะเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะไปอีก

เราอยู่ในโลกนี้ ชีวิตไม่รู้จะสั้นหรือยาว ป้าเมี่ยงกับลูกสาวคิดแต่ว่า อยากทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ช่วงเวลาที่เหลือจากนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่า จะตั้งตารอวันที่ 16 สิงหาคม วันที่ต้องไปปั่นจริง.