ชาวบ้านชุมนุมไล่ ผอ.ร.ร.สำโรงคุรุราษฎร์วิทยา เนื่องจากกล่าวหาว่า ผอ.คนดังกล่าวมีพฤติกรรมลวนลามเด็กนักเรียนหญิง ด้วยการจับหน้าอกและของสงวน ด้าน ผอ.ปฏิเสธ ชี้แจงเป็นการเข้าใจผิด ชี้แจงกับผู้ปกครองแล้ว...
เมื่อวันที่ 13 ส.ค.58 พ.ต.อ.ปรัชญา คงสกุล ผกก.สภ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี พร้อม พ.อ.พูลศักดิ์ สมบูรณ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เข้าตรวจสอบบริเวณด้านหน้าโรงเรียนบ้านสำโรงคุรุราษฎร์วิทยา ต.สว่างวีระวงศ์ อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ ป.1- ม.3 หลังได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านสำโรง กว่า 20 คน พร้อมป้ายไวนิล เตรียมประท้วงขับไล่ นายประดิษฐ์ จันทะสนธิ์ อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสำโรงคุรุราษฎร์วิทยา เนื่องจากมีพฤติกรรมกระทำอนาจารเด็กนักเรียน ด้วยการจับหน้าอกและของสงวน
นายจีระพันธ์ แสนทวีสุข กำนันตำบลสว่างวีระวงศ์ อ.สว่างวีระวงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า นายประดิษฐ์ มีพฤติกรรมทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงภายในโรงเรียนหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ส.ค.58 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 รายหนึ่งเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เด็กถูกนายประดิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนกระทำอนาจารจับหน้าอก แบะของสงวนโดยมีหลักฐานเป็นบันทึกประจำวัน ซึ่งทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ทราบข่าวต่างพากันไม่พอใจ ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต 4 ให้ย้ายนายประดิษฐ์ออกจากพื้นที่ แต่ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด วันนี้จึงได้รวมตัวเพื่อจะขับไล่นายประดิษฐ์ออกจากพื้นที่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารจากกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดอุบลราชธานี ได้เจรจาไม่ให้มีการชุมนุม เนื่องจากต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะทำการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุม 2
ต่อมา ดร.ถาวร คูณิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พร้อมทั้งเข้าประชุมหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ครูที่ปรึกษา และตำรวจ ขาดเพียงนายประดิษฐ์ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยทางเขตการศึกษาได้รับหนังสือร้องเรียนแล้ว แต่เนื่องจากต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทางเขตจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงก่อน แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่เมื่อมาฟังข้อมูลเบื้องต้นแล้วพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายจึงได้ออกคำสั่งให้นายประดิษฐ์ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ ก่อนจนกว่าการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ
ในขณะที่มีการประชุมหารือกรณีดังกล่าว นายเขียว (นามสมมติ) อายุ 43 ปี พา ด.ญ.น้อย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 เข้าให้การกับ ดร.ถาวร และเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะร่วมประชุมว่า ด.ญ.น้อย เป็นหนึ่งในเด็กนักเรียนหญิงที่ถูกนายประดิษฐ์ลวนลาม เหตุเกิดในห้องพักของผู้อำนวยการ เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 58 ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ได้บอกผู้ปกครองจนมีเพื่อนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 เหมือนกันโดนลวนลามจนเข้าแจ้งความจึงได้เล่าให้ตนฟัง วันนี้จึงต้องการมาแจ้งความดำเนินคดีเช่นกัน
ด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา กล่าวว่า การดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือด้านคดีหากผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีก็ให้เข้าแจ้ง ความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ สภ.สว่างวีระวงศ์ ได้ทันที ส่วนในเรื่องของการปกครองหรือวินัยก็จะเป็นหน้าที่ของเขตการศึกษาซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตามสายงานเป็นผู้ดำเนินการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง แต่ทั้งนี้หากผู้เสียหายเข้าแจ้งความการดำเนินคดีก็จะควบคู่กันกับการสืบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัยด้วย
ส่วน นายประดิษฐ์ กล่าวชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีที่มีการแจ้งความเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมาตนได้เข้าไปปรับความเข้าใจกับผู้ปกครองของเด็กเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิด ตนยอมรับว่าได้ใช้เด็กนักเรียนเพื่อไปทำความสะอาดในห้องทำงานจริง จากนั้นก็ได้มีการผลักหัวเบาๆ เท่านั้นไม่ได้ลวนลามเด็กแต่อย่างใด ผู้ปกครองไม่ติดใจก็จบแล้ว แต่เคสใหม่ที่มีมาแล้วเข้าแจ้งความวันนี้ตนยังไม่ทราบว่าเป็นนักเรียนคนไหน ทราบแต่ว่ามีครูพามาแจ้งความ ซึ่งก็เป็นครูที่มีความขัดแย้งกับตนอยู่ภายในโรงเรียนอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดต้องขอไปพบทางรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ก่อน ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้.
...