คดีฆาตกรรมอำพราง คนร้ายฆ่าแล้วจับแขวนคอ ผจก.โรงงานที่ขอนแก่น ผ่านไป 2 ปี คดีไม่คืบหน้า ญาติเข้าพบ ผบก.สส.ภ.4 เร่งรัดคดี พร้อมประกาศให้รางวัลคนแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย 5 แสนบาท...  

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 ส.ค.58 ที่ห้องประชุม กก.บก.สส.ภ.4 นางสุภิญญา สังขวรรณ อายุ 63 ปี ชาวบ้านย่านถนนพระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ พร้อมญาติพี่น้องได้เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.สันติ ไทยเสถียร พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผบก. สส.ภ.4 พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ ผกก.สส.3 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สส. 2 เพื่อขอทราบผลการสืบสวนสอบสวนในคดีฆาตกรรมนายสุวัฒน์ มงคลสินธุ์ อายุ 68 ปี ผู้จัดการโรงงานน้ำตาล ที่พบเป็นศพผูกคอตายในบ้านหลังหนึ่ง ที่หมู่บ้านสายฝน 2 ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 หรือกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

นางสุภิญญา กล่าวถึงการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ในครั้งนี้ว่า หลังจากพี่ชายตาย ญาติพี่น้องก็เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากว่าพี่ชายเป็นรักสุขภาพ ไม่ใช่คนคิดสั้น ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวเตร่ ไม่มีเรื่องชู้สาว ไม่มีปัญหาในที่ทำงาน ไม่มีปัญหาในครอบครัว จึงไม่มีเหตุรวมถึงลางบอกเหตุที่จะฆ่าตัวตาย แต่ตอนที่เกิดเหตุ ขณะนั้นไม่สามารถที่จะทำอะไรได้

กระทั่งผลชันสูตรศพของแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ออกมายืนยันทั้งเรื่องรอยเลือด บาดแผล รวมถึงการขาดอากาศหายใจก่อนจะถูกแขวนคอ เชื่อได้ว่าถูกฆ่าก่อนที่จะนำศพขึ้นแขวนเพื่ออำพราง จึงร้องสตช. ให้มีการสืบสวนคดีดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อหาคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมาย เป็นเวลา 2 ปี ตำรวจที่ดูแลคดี ให้คำตอบเพียงว่า อายุความมีระยะเวลา 20 ปี แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ในปัจจุบันคดีนี้อยู่ในความดูแลของทีมสืบสวนภาค 4 ทำให้ญาติมีความมั่นใจว่า น่าจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้

...


“ญาติพี่น้องลงขันกันจำนวน 500,000 บาท เพื่อมาเป็นรางวัลให้กับคนแจ้งเบาะแส ให้ตำรวจตามจับคนร้ายในคดีนี้ และเชื่อว่าเงินรางวัลจำนวนนี้จะสามารถกระตุ้นให้คนที่รู้เบาะแสเกี่ยวกับคดี เข้าพบตำรวจจนนำไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุ และปิดคดีได้” นางสุภิญญา กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ตำรวจเองก็เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม จึงมีการทำงานในด้านการสืบสวนเรื่อยมา สอบสวนคนที่เกี่ยวข้อง ใกล้ชิดกับคนตาย ทั้งอดีตภรรยา บุตร และคนที่ทำงาน รวมทั้งคนที่มีคดีความฟ้องร้องกัน ทุกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี แต่ไม่พบพิรุธที่พัวพันกับการตายของนายสุวัฒน์แต่อย่างใด กรณีญาติประกาศให้เงิน 500,000 บาท กับคนแจ้งเบาะแสคนร้ายหรือคนที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุฆาตกรรมอำพรางครั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นการกระตุ้น และเป็นแรงจูงใจ ให้คนที่ทราบเบาะแสเข้าพบตำรวจ และอาจคลี่คลายคดีได้.