ฝนถล่มภูเก็ตน้ำท่วมหลายแห่งทั้งเขตเมืองและถลาง ถนนหลายสายน้ำท่วมสูง สวนยางจมน้ำกว่า 10 ไร่ สาเหตุมาจากฝนตกหนักติดต่อกัน ส่วนกระบี่น้ำป่าทะลักท่วมหลายหมู่บ้าน ถนนหลายสายใช้การไม่ได้ ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งเหนือ-อีสานมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ด้านกรมอุตุฯเตือนช่วงวันที่ 13-15 ส.ค. ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝนตกหนัก

หลายจังหวัดยังผจญกับน้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 ส.ค. หลังฝนตกหนักจนถึงตอนสายวันเดียวกันทำให้มีน้ำท่วมขังผิวการจราจรในหลายจุดทั้งพื้นที่ อ.ถลาง กับ อ.เมือง โดยเฉพาะ อ.ถลาง มีน้ำท่วมขังในสวนยางพาราและบ้านในซอยหลังโรงเรียนเมืองถลาง ต.เทพกระษัตรี ของนายบุ่นหงวน จงเจียมใจกับนายกกตี๋ แซ่อึ้ง ถูกน้ำท่วมสวนยางพาราเป็นวงกว้างรวมประมาณ 15 ไร่เศษและบ้านพักคนงานกรีดยางพาราอีก 2 หลัง ระดับน้ำสูงประมาณ 50-70 ซม. ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือ สอบถามนายกกตี๋กล่าวว่า สวนยางพาราแห่งนี้ไม่เคยถูกน้ำท่วมสูงขนาดนี้ สาเหตุมาจากพื้นที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นทางน้ำไหลมีนายทุนเข้ามาถมดินก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรและขุดเบี่ยงทางน้ำทำให้น้ำไหลไม่ทันและท่วมสูง

ขณะเดียวกัน พื้นที่ซอยในยาง 3 หมู่ 1 ต.สาคู อ.ถลาง มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 30-40 ซม.อีกครั้งหลังระดับน้ำได้ลดลง สาเหตุเพราะฝนตกหนักอีกระลอก ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมถนนหน้าโรงเรียนเมืองถลาง-หน้าปั๊ม ปตท.บ้านเมืองใหม่ และปั๊มแก๊สจัสโก้ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ขณะนี้ทั้ง 3 จุดระดับน้ำเริ่มลดลง การจราจรเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงที่ซอยในยาง 3 และซอยโคกมุด ต.สาคู อ.ถลาง ที่ระดับน้ำยังท่วมสูง นอกจากนี้ บริเวณแยกหน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาภูเก็ต ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต มีน้ำท่วมขังส่งผลให้การจราจรติดขัดต้องเร่งระบายรถตลอดเวลา

...

ส่วน จ.กระบี่ หลังฝนตกติดต่อกันทำให้น้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่หมู่ 6 และหมู่ 8 ต.ทับปริก และพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ระดมช่วยกันเคลื่อนย้ายท่อซีเมนต์เก่าที่ขวางปากท่อระบายน้ำออกเพื่อให้น้ำระบายได้เร็วขึ้นและที่ถนนอุตรกิจ ต้องการปิดการจราจรฝั่งขาออก เนื่องจากระดับน้ำสูงเกรงจะเป็นอันตรายรวมทั้งถนนสายศาลาด่าน-สังกะอู้ หน้าโรงเรียนบ้าน–พระแอะ หมู่ 2 ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา ระดับน้ำสูงกว่า 60 ซม. รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้

ที่ จ.ตาก นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผอ.เขื่อนภูมิพล เปิดเผยว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลมีน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 4,142 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 30.77 เปอร์เซ็นต์ของความจุ มีน้ำใช้งานได้ 342 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 3.55 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดที่กักเก็บน้ำได้ 5.50 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้มีน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 4.082 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 74.21 เปอร์เซ็นต์

ด้าน จ.นครราชสีมา นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนลำตะคอง เปิดเผยถึงปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองว่าขณะนี้เริ่มมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละประมาณ 300,000-500,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ไม่มีการระบายน้ำออกจากเขื่อน ล่าสุดเขื่อนลำตะคองมีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 50 ล้าน ลม.บ. หรือคิดเป็น 16-17% ของความจุเขื่อน

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศว่า ในช่วงวันที่ 13-15 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศพม่าและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยยังคงมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในช่วงวันที่ 13-15 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย