ตำรวจเต้น ติดต่อพริตตี้สาวท้อง 7 เดือนไม่ได้ เร่งส่งชุดสืบสวนกองปราบออกตามหา เพราะขาดการติดต่อไป 1 สัปดาห์แล้ว เกรงว่าจะได้รับอันตรายพบพิรุธเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้โอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ในส่วนของบริษัทอาร์เอชบีฯ ตรวจสอบพบจดทะเบียนโดยบริษัทของคนใกล้ชิด พ.ต.ท.บรรยิน ขณะที่พนักงานสอบสวนได้เอกสารการโอนหุ้นของพริตตี้ครบแล้ว ส่วนของโบรกเกอร์สาวคนสนิทเหลือบางส่วน ด้าน “สมยศ” ติงญาติเหยื่อกรณีให้สัมภาษณ์เรื่องบาดแผล ยันตรวจซ้ำไม่ได้เพราะศพเผาไปแล้ว วอนผู้ที่รู้ตัวว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดให้รีบเข้ามาให้ข้อมูลตำรวจด่วน
กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปีนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เลกซัส สีดำ แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับและเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง เสียชีวิต ต่อมาญาติตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับผู้หญิง 2 คน ที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สืบสวนคลี่คลายคดี จากการสอบสวน น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายและกำลังตั้งท้อง 7 เดือน ส่วน น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัท หลักทรัพย์เออีซี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ประมาณ 40 ล้านบาท ให้การว่ามีความสัมพันธ์กับผู้ตายเช่นกัน ล่าสุดคดีโอนหุ้นคืบหน้าไปมากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามพบคนที่อยู่ในข่ายถูกออกหมายจับหลายคน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน สภาพศพผู้เสียชีวิตและพยานหลักฐานที่ญาติบอกมีบาดแผลอย่างนั้นอย่างนี้ต้องถามว่าได้รายละเอียดมาจากไหน ผลการตรวจสภาพบาดแผลของผู้เชี่ยวชาญสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. ชี้ชัดมาอย่างไร ต้องเป็นไปตามนั้น ต้องยอมรับว่าวันที่เกิดเหตุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพศพเป็นคดีอุบัติเหตุ ญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจเป็นคดีความ อาจจะทำให้ไม่ได้ตรวจลึกในรายละเอียดเหมือนคดีอาชญากรรมทั่วไปและเผาศพผู้เสียชีวิตไปแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบสภาพบาดแผลใหม่ จนมาเจอความผิดปกติเรื่องการโอนหุ้น จึงมาร้องขอให้รื้อคดีตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ตำรวจมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทุกอย่างว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีช่วยเหลือปกปิด ยิ่งเป็นคดีที่มีคนสงสัยต้องตอบคำถามให้ได้ครบถ้วนทุกประเด็น ไม่ใช้ความรู้สึก ความเชื่อ ต้องให้ได้ผลพิสูจน์ตามพยานหลักฐานยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์ ได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมในทุกประเด็นที่สงสัย ไม่นานคงได้ผลสรุปสาเหตุการเสียชีวิต
...
พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า แต่ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ตำรวจพบความผิดปกติเรื่องการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ผู้ตายที่ทำไว้ในเอกสารเป็นการจำนำหุ้น ไม่ใช่การโอนหุ้น ผลตรวจเอกสารพบว่า การกรอกเอกสารมีความผิดปกติ มีการใช้ปากกาลบคำผิดเข้ามาใช้เขียนรายละเอียดเอกสาร ตอนลงนามลายชื่อนายชูวงษ์ในเอกสารเป็นหนังสือจำนำหุ้น แต่การลบมีเจตนาเปลี่ยนแปลงข้อความมาเป็นการโอนหุ้นให้คนอื่น และผู้ที่รับโอนใช้เอกสารสำเนาบัตรประชาชนเขียนชื่อรับรองเป็นเรื่องจำนำหุ้น แต่มีการเปลี่ยนแปลงลบตัวหนังสือแก้ไขข้อความเช่นเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญนำเข้าเครื่องตรวจของกองพิสูจน์หลักฐานพบตัวหนังสือเดิมที่เปลี่ยนแปลง เป็นพยานหลักฐานที่นำไปสู่การขออนุมัติหมายจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับโอนหุ้น ญาติสงสัยว่ามีการโอนหุ้นก่อนนายชูวงษ์เสียชีวิตจะมีส่วนเชื่อมโยงการตายหรือไม่ เรื่องนี้ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนที่ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายถูกดำเนินคดี พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เป็นคนที่ครอบครองหุ้นที่ได้มาโดยมิชอบตามกฎหมาย มีผู้อยู่ในข่ายมีความผิด 3-4 คน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องการทำเอกสารโอนหุ้นอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและตรวจสอบเทปเสียงที่เกี่ยวข้องกับการสั่งโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แต่ที่เป็นห่วงขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้อง 3-4 คน ที่อยู่ในข่ายรู้เห็นการโอนหุ้นหายไปติดต่อไม่ได้ สั่งให้ติดตามตัวมาโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะถ้ามีการกระทำผิดเชื่อมโยงเบื้องหน้าเบื้องหลัง อาจมีการทำลายวัตถุพยาน พยานบุคคล และพยานหลักฐาน ช่วงนี้ตนฝันไม่ค่อยดี เลยคิดเป็นห่วงคนที่เกี่ยวข้อง ขอให้รีบติดต่อเข้าพบตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ถ้าคิดว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือถ้ามีส่วนกระทำขอให้มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตนายชูวงษ์
ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า จากการตรวจสอบเอกสารการโอนหุ้นที่ได้รับจากโบรกเกอร์ทั้ง 2 รายคือ บริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) พบว่า มีการลบข้อความเดิมออกและกรอกข้อความใหม่ทับลงไปด้วยปากกาคนละด้าม เมื่ออ่านด้วยเครื่องเอกซเรย์จะเห็นข้อความเดิมทั้งหมด รวมถึงหลักฐานบันทึกเบอร์โทรศัพท์ที่ยืนยันการโอนหุ้นไม่ใช่เบอร์ของนายชูวงษ์ ขณะนี้ตำรวจได้รับเอกสารหลักฐานจากบริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบีฯส่วนที่โอนหุ้นให้ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวครบถ้วนแล้ว เหลือแต่ส่วนของบริษัทหลักทรัพย์เออีซีฯที่โอนหุ้นให้ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิท ทั้งนี้ อาจจะให้ตรวจสอบหลักฐานเพิ่มอีก เพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุดก่อนออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ บก.ปอท.อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารการทำธุรกรรม รวมทั้งอีเมลในคอมพิวเตอร์ และบันทึกเสียงการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นในคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดมาจากบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด (มหาชน) เนื่องจากมีหลายไฟล์ต้องนำมาเลือกและตรวจสอบ ขณะนี้ตำรวจประสานไปยังบริษัทโบรกเกอร์ขอข้อมูลไฟล์เสียงย้อนหลังไป 3 เดือนแบบไม่ตัดต่อ คาดว่า 1 สัปดาห์จะทราบผลและมีความชัดเจน
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังตรวจสอบพบว่า เบอร์โทรศัพท์ของนายชูวงษ์ที่ให้ไว้กับบริษัทหลักทรัพย์คือ หมายเลข 08-xxxx-x 144 ต่อมาปรากฏข้อมูลว่า โบรกเกอร์แจ้งเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์เจ้าของพอร์ตในส่วนของบริษัทอาร์เอชบีฯคือ หมายเลข 08-xxxx-5555 อ้างเหตุผลว่า เป็นความต้องการของนายชูวงษ์ แต่ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.บรรยินเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เบอร์โทรศัพท์ 08-xxxx- 5555 ที่ทำธุรกรรมโอนหุ้นของบริษัทอาร์เอชบีฯ เป็นเบอร์ของนายชูวงษ์ และ พ.ต.ท.บรรยินใช้ร่วมกัน เป็นเบอร์ที่จดทะเบียนในนามบริษัทจำกัดแห่งหนึ่งของเพื่อนที่เรียน วปอ. ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า เบอร์โทรศัพท์เพิ่มเติมที่ใช้โอนหุ้นนายชูวงศ์เป็นเบอร์ที่จดทะเบียนในนามบริษัทแห่งหนึ่งของบุคคลใกล้ชิด พ.ต.ท.บรรยิน ที่ จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า พบข้อมูลสำคัญที่ได้รับการยืนยันจาก ก.ล.ต.ว่า หมายเลขดังกล่าวถูกใช้ในการเปิดพอร์ตเพิ่มอีก 1 พอร์ตด้วย เป็นชื่อของบุคคลใกล้ชิดอดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์
มีรายงานข่าวด้วยว่า หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่า อาจมีการทำลายหลักฐานหรือทำลายพยาน รวมทั้งผู้บงการเป็นคนที่มีศักยภาพ สอดคล้องกับกรณี พล.ต.ท.ประวุฒิออกมาเปิดเผยว่า ตำรวจพบข้อมูลว่า มีโอกาสที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีการโอนหุ้นอาจเป็นอันตราย แต่ยังไม่มีใครติดต่อขอเข้าพบตำรวจหรือขอการคุ้มครอง จากการตรวจสอบผู้ที่ถูกสอบปากคำไปก่อนแล้วปรากฏว่า น.ส.อุรชายังคงติดต่อได้ แต่ น.ส.กัณฐณาขาดการติดต่อไปนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งชุดสืบสวนกองปราบปรามอยู่ระหว่างการติดตามตัว หาก น.ส.กัณฐณาเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ขอให้ติดต่อตำรวจโดยเร็วที่สุด
...