พสกนิกรทั่วประเทศร้อยใจเป็นหนึ่ง ร่วมถวายความจงรักภักดีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา “ประวิตร” เผยสนองพระราชดำริรักษาป่ารอยต่อ 5 จังหวัดโซนตะวันออก และพระราชเสาวนีย์ที่ทรงเคยให้ไว้ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกัน ไม่เอาคนออกจากป่า จนผืนป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมวอนคนไทยช่วยกันรักษาไว้ซึ่งสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง ขณะที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ร่วมส่งสาส์นถวายพระพร
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนทั่วประเทศต่างพร้อมใจออกมาทำบุญตักบาตร บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และร่วมทำความดี อาทิ บริจาคโลหิต เลี้ยงอาหารเด็กในสถานสงเคราะห์ ฯลฯ ถวายเป็นพระราชกุศล รวมถึงถวายราชสักการะ ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กทม. ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีฟ้ามาร่วมกันมีพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 184 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กันอย่างคับคั่ง โดยมีนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี
ขณะเดียวกัน ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ ครม.และคู่สมรส ร่วมพิธี ทั้งนี้มีขบวนเรือของพระสงฆ์จำนวน 84 รูป มาบิณฑบาตทางเรือในลำคลองผดุงกรุงเกษม นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเรือบุปผชาติ เรือดนตรีไทย เรือผู้สูงอายุ เรือการแสดงศิลปวัฒนธรรม สร้างสีสันในงานด้วย จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และภริยา เดินทางไปลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง
...
เวลาเดียวกัน ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1.รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นประธานนำคณะกรรมการมูลนิธิฯ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และถวายพระ พรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระ ชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีผู้นำเหล่าทัพ หัวหน้าหน่วยราชการ และตัวแทน ร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.วลิต โรจนภักดี รองเสนาธิการทหาร พล.ท. กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่ไม่มี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ไปปรากฏตัว
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่ามูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดเกิดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ที่ทรงมอบหมายให้ตนมาดูแลพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดที่ขณะนี้ดำเนินการมากว่า 10 ปี และมีความก้าวหน้าตามพระราชเสาวนีย์ที่ทรงเคยให้ไว้ว่าให้คนกับป่าอยู่ร่วมกัน เราไม่เอาคนออกจากป่า เพื่อให้คนช่วยดูแลป่าให้เกิดความสมบูรณ์ ซึ่งเวลานี้ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถือเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก และเป็นต้นน้ำลำธารทางภาคตะวันออก ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงทำเพื่อคนไทยและประเทศมามหาศาล โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริหลายพันโครงการ ไม่ว่าจะเรื่องน้ำ ดิน และข้าว ทำให้เรามีที่อยู่ที่กิน ดังนั้น ขอฝากประชาชนช่วยกันรักษาไว้ ซึ่งสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของเรา
ส่วนที่พระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนืองแน่นตั้งแต่เช้าด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีฟ้าเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ที่บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง กันตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วนยังได้เข้าไปสักการะพระแก้วมรกต และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ขอพรให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีพระชนมายุยืนนาน ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรและเป็นมิ่งขวัญของคนไทยไปนานๆด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงสายที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาพระราชวัง คณะองคมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนาง นราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ผู้นำเหล่าทัพ คณะ คสช. หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และภริยา อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ฯลฯ ร่วมลงนามถวายพระพรชัย มงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยสำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวังจนถึงเวลา 16.00น.
วันเดียวกัน นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา ส่งสาส์นถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา ดังนี้ “ข้าพระพุทธเจ้านายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ขอพระราชทานพระราชวโรกาสกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่า ละอองธุลีพระบาท ขอถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 83 พรรษาของใต้ฝ่าละออง ธุลีพระบาท ณ วันอันสำคัญพิเศษยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอยกย่องพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย รวมทั้งพระราชกรณียกิจในด้านการส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยจำนวนมากและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นเวลา 182 ปี ที่ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์อันแนบแน่น และได้ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจว่า มิตรภาพระหว่างประเทศของเราจะยังคงเติบโตเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในอนาคตข้างหน้า ในวันอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ข้าพระ พุทธเจ้าขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์และพระราชวงศ์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ”
...
นอกจากนี้ เวลา 11.00 น. ที่อาคารใหม่สวนอัมพร สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานมอบรางวัลให้แก่บุคคลที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล “แม่ดีเด่น” และรางวัล “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2558 โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ในการประทานรางวัล ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงและคนในวงการบันเทิงเข้ารับรางวัล อาทิ ป๊อปปี้-ชัชชญา ส่งเจริญ หรือ ป๊อปปี้ วงทรีทูวัน หญิงลี-ธิดารัตน์ ศรีจุมพล อเล็ก เรนเดลล์ ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ฯลฯ
ต่อมาเวลา 16.00 น. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียนนายร้อย นักเรียนพยาบาล ลูกเสือ เนตรนารี ตลอดจนพ่อค้าประชาชนทั่วทุกภาคส่วน พร้อมใจตั้งริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะที่ประกอบด้วยพานพุ่มเงิน พานพุ่มทอง ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ก่อนที่วงโยธวาทิตจะนำขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะทั้งหมดเคลื่อนเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงในเวลา 17.30 น. เพื่อตั้งแถวเริ่มเปิดงานพิธีสำคัญที่เป็นไฮไลต์ของวันแม่ คือการถวายเครื่องราชสักการะจากหน่วยงานต่างๆ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บนเวทีกลางของมณฑลพิธี
จากนั้น พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้นำพานพุ่ม พานกรวยกระทง ดอกไม้ธูปเทียนแพ วางต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในนามพสกนิกรชาวไทย ต่อด้วยเหล่าผู้แทนองค์กรต่างๆ ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ทหารทุกเหล่าทัพ ฯลฯ ทยอยขึ้นวางเครื่องราชสักการะ ขณะเดียวกันเหล่าคณะรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร.ปลัดกระทรวงต่างๆ พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทยอยเดินทางมาถึงปะรำพิธี เพื่อร่วมในพิธีสำคัญ เช่นเดียวกับที่บริเวณท้องสนามหลวง มีประชาชนที่ จงรักภักดี พร้อมใจสวมเสื้อสีฟ้าสัญลักษณ์วันแม่เดินทางมาร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรกันอย่างล้นหลาม
...
กระทั่งเวลาประมาณ 19.19 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เดินทางมาถึง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมว.สำนักนายกฯ กล่าวรายงาน เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีขึ้นถวายเครื่องราชสักการะ และเวลา 19.29 น. ไฮไลต์ของพิธีสำคัญของชาติไทยมาถึง ท้องสนามหลวงเริ่มสว่างไสวด้วยแสงแห่งประทีปดวงน้อยนับหมื่นเล่ม ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีจุดถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ กล่าวถวายพระพรชัยมงคลเสร็จสิ้นแล้วนายกรัฐมนตรีได้นำพสกนิกรทั้งบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และพสกนิกรทั่วประเทศร่วมร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา 2 จบ ปิดท้ายด้วยการร่วมเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดังกึกก้องไปทั่วมณฑลพิธี ส่วนบนท้องฟ้าก็สว่างไสวไปด้วยพลุสีสันต่างๆที่จุดขึ้นเฉลิมพระเกียรติทั้งสิ้น 37 ชุด และสถานที่สำคัญๆอื่นๆทั่วทุกแห่งในประเทศอย่างพร้อมเพรียง