"ไทยรัฐออนไลน์" เกาะติดกระแสการเลือก ผบ.ตร. คนใหม่ แทน "พล.ต.อ.สมยศ" ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้...
วันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.) น่าจะรู้ว่า ใครเข้าวินได้รับความไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มีกำหนดประชุม เพื่อเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 11 แทน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่งใกล้เกษียณในวันที่ 30 ก.ย.นี้
ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สมยศ ซึ่งจะต้องทำหน้าที่เสนอชื่อ รอง ผบ.ตร. ให้ ก.ต.ช. คัดเลือกกล่าวเอาไว้ชัดเจนว่า ผบ.ตร.คนใหม่ยืนยันว่า ตามใจนายกฯ ส่วนตัวทำตามผู้บังคับบัญชา ทำได้ทุกอย่าง สั่งให้ซ้ายหันขวาหัน ม้วนหน้าก็ทำได้ ยืนยันว่าจะทันวันที่ 14 ส.ค.นี้ แน่นอน นายกฯ จะเลือกบุคคลใดไม่ถือเป็นการก้าวก่าย หรือว่าแทรกแซง
ขณะที่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น จากการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวส่งซิกเหมือนกับว่ามีคนอยู่ในใจแล้ว
ก่อนจะเคาะชื่อสุดท้ายนั้น ถ้าว่ากันแล้ว มีรองผบ.ตร. 5 คน ยังไม่เกษียณวันที่ 30 ก.ย.นี้ และมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้รับการเสนอชื่อ ไล่เรียงตามลำดับอาวุโส ประกอบด้วย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 1 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับที่ 2 ขวัญใจมหาชน พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 3 น้องชายนักการเมืองใหญ่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 4 ลูกเขยอดีต ผบ.ตร.คนดัง และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับที่ 5
...
แต่เมื่อมาถึงวันนี้ ล่าสุด จากทั้งหมด 5 คน ตามกระแสคู่ท้าชิงดูเหมือนว่า ยังมีลุ้นอยู่แค่ 2 คน ด้วยหลากปัจจัยเกี่ยวข้อง เพราะ ผบ.ตร. มีผลโดยตรงกับการสนองนโยบายรัฐบาลและ คสช. ยิ่งในสถานการณ์พิเศษ และใกล้กับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อตามโรดแม็ปทางการเมืองของรัฐบาล และ คสช. ย่อมต้องการผู้ที่ไว้ใจได้และเชื่อมือเกิน 100%
คนแรก พล.ต.อ.เอก หรือ บิ๊กเอก รอง ผบ.ตร.ด้านกฎหมาย เมื่อย้อนไป 1 ปีที่ผ่านมา เคยเป็นคู่ท้าชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.กับ พล.ต.อ.สมยศ แม้ผลพลาดหวัง แต่คงตั้งหน้าตั้งตาทำงานเต็มที่ ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันว่า มีสัญญาใจกับผู้มีอำนาจเกี่ยวกับหน้าที่การงาน
ทั้งนี้ แม้บิ๊กเอกไม่จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) ไม่มีรุ่นไม่มีเหล่า แต่ได้เปรียบตรงเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ศิษย์รุ่นน้องของร่วมโรงเรียน พล.อ.ประยุทธ์ มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับผู้คนในแวดวงอัยการและศาลเนื่องจากจบคณะนิติศาสตร์ ตลอดจนมีอาวุโสสูงสุด และที่สำคัญโชว์ผลงานเข้าตาในการปราบปรามขบวนการค้ามุษย์ช่วงที่ผ่านมา ทั้งโรฮีนจาและประมง
พล.ต.อ.เอก เริ่มรับราชการตำแหน่ง รอง.สว.สส. สภ.เมืองสงขลา รอง.สว.แผนกวินัย, สว.แผนกวินัย กองกำกับการกำลังพล ที่ บช.ภ.1, รอง ผกก.2 บก.รร.นรต. ผกก.ภาควิชากฎหมาย สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ, รอง ผบก.กองแผนงาน, ผบก.ประจำกองบัญชาการศึกษา, รอง ผบช.ประจำ สตช., ผบช. ประจำสำนักงาน ผบ.ตร., ผบช.สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ, ผบช.ภ.1, ผู้ช่วย ผบ.ตร., ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านกฎหมายและสอบสวน และ รอง ผบ.ตร. ซึ่งจะเกษียณอายุราชการเดือน ก.ย. 2559
คนที่สองโฟกัสไปที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ หรือ บิ๊กแป๊ะ รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและหัวหน้าทีมสืบสวนพิเศษ นรต.36 ตำรวจที่มีทั้งบู๊และบุ๋นครบเครื่อง มีส่วนคลี่คลายคดีดังมากมาย เช่น คดีเกาะเต่า และระเบิดเกาะสมุย พร้อมด้วยเพื่อนร่วมรุ่นเป็นมือไม้ทั้งงานสืบสวนและปราบปราม มากด้วยคอนเน็กชั่นหลากหลายวงการยุ่บยั่บ และกระเป๋าหนัก ซึ่งเคยแจ้งบัญชีทรัพย์สินเอาไว้หลักพันล้าน
...
พล.ต.อ.จักรทิพย์ เริ่มรับราชการตำแหน่งนายเวร, สว.บก.สปพ., รอง ผกก. บก.ป., นายเวรอธิบดีกรมตำรวจ (สมัยนั้น), รอง ผบก.สมุทรสงคราม, รอง ผบก.ตำรวจน้ำ, รอง ผบก.ป., ผบก.ตม., รอง ผบช.น., รักษาการ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร., ผบช.น., ผบช.ภ.9, ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ ก.ย. 2563
มาถึงตรงนี้ ถ้าโฟกัสเพียง พล.ต.อ.เอก และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ แล้วนับว่ามีดีเด่นกันคนละด้าน ขณะเดียวกันหากรวมรอง ผบ.ตร. ทั้งหมด 5 คน ที่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อจากเมื่อครั้งเริ่มต้นรับราชการยศ ร.ต.ต. มาจนถึงครองยศ พล.ต.อ. ก็ล้วนไม่ธรรมดา ดังนั้น จึงอยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกใครเป็น ผบ.ตร. เจ้าของนามเรียกขาน "พิทักษ์ 1" ซึ่งดูแลขับเคลื่อนตำรวจกว่า 2 แสนนายทั่วประเทศ เพื่อสนองงาน
ก็ได้แต่หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกคนไม่ผิด ในยุคที่มีอำนาจบารมีเต็มเปี่ยม และขอฝากไปยัง ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ว่า อย่าลืมหน้าที่หลักของตำรวจ โดยเฉพาะ "ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ดำรงตนในยุติธรรมกระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต".
...