หนุ่มเมืองคอน วัย 27 ปี พร้อมเมียไปแจ้งความถูกยิงรถพรุนแต่รอดตายราวปาฏิหาริย์ คดียังไม่คืบ เข้าร้องแม่ทัพภาค4 และศูนย์ดำรงธรรม ขอความเป็นธรรม อ้างคนร้ายเป็นกลุ่มคนมีสี หวั่นคดีล้มและไม่ปลอดภัย วอน จนท.ช่วยเร่งติดตาม ...

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 58 นายตรีภพ เพชรชนะ อายุ 27 ปี และ น.ส.สุธารัตน์ จันทร์ปาน อายุ 27 ปี 2 สามีภรรยา ชาวอ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมญาติๆ ได้เข้าร้องเรียนกับ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผ่าน พ.อ.ธวัชชัย ทับทิมสงวน นายทหารสืบสวนสอบสวน กอง บก.กองทัพภาคที่ 4 และ ศูนย์ดำรงธรรม ของ ผวจ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอความเป็นธรรม

สืบเนื่องจากกรณีเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ร้องเรียนทั้งสองคนขับรถยนต์เก๋ง ไปตามถนนในซอยตาปี 1 ด้านหลังที่ว่าการอำเภอฉวาง และอยู่ห่างจากโรงพัก สภ.ฉวาง ประมาณ 100 เมตร หมู่ 1 ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ ไม่ต่ำกว่า 3 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นตนจำได้ว่าเป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ต.คนหนึ่งของโรงพักแห่งหนึ่งในภาคใต้ ได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบทะเบียน ขับไล่ตามแล้วปาดหน้าปิดถนนใช้อาวุธปืน 3 กระบอก ยิงถล่มรถยนต์เก๋งของนายตรีภพและภรรยา จำนวนหลายสิบนัดจนรถยนต์เก๋งพรุนทั้งคัน ก่อนกลุ่มชายฉกรรจ์พากันขับรถหลบหนีไป ส่วนนายตรีภพ กระสุนเจาะแขนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนภรรยาไม่โดนกระสุนรอดตายราวปาฏิหาริย์

นายตรีภพ และภรรยา กล่าวว่าหลังเกิดเหตุแล้ว ตำรวจ สภ.ฉวาง ได้รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนปากคำตนและภรรยาและญาติๆ ที่ตามมาสมทบในภายหลัง โดยตนได้แจ้งความในข้อหาพยายามฆ่า โดยในกลุ่มคนร้ายตนจำหน้าได้ว่ามีนายตำรวจยศ พ.ต.ต.ของโรงพักแห่งหนึ่งในภาคใต้เป็นคนร่วมลงมือยิงถล่มรถตนด้วย โดยสาเหตุนั้นเพราะว่าก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุยิงถล่มรถเก๋งของตน ประมาณ 1 เดือน ตนและกลุ่มเพื่อนๆ วัยรุ่นจำนวนหนึ่งที่รวมตัวกันขี่รถจักรยานยนต์คลาสสิกในอำเภอฉวาง และเกิดมีปัญหากระทบกระทั่งกับน้องชายของตำรวจคนดังกล่าว และถูกน้องชายของนายตำรวจยศ พ.ต.ต.ของโรงพักแห่งหนึ่งในภาคใต้ ไล่ทำร้ายร่างกายพวกตน แล้วก็แยกย้ายกันไป จนกระทั่งมีคนร้ายไปแอบยิงถล่มบ้านของน้องชายนายตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งตนไม่รู้เรื่องและไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยและไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิงบ้านน้องชายตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งอาจจะทำให้นายตำรวจยศ พ.ต.ต.คนดังกล่าวโกรธแค้น เข้าใจผิดว่าตนเป็นคนยิงถล่มบ้านน้องชาย จึงพาพวกมาดักยิงถล่มรถตนจนพรุนโชคดีที่ตนรอดชีวิตมาได้หวุดหวิด

...


นายตรีภพ กล่าวต่อไปอีกว่า หลังเกิดเหตุแล้วนอกจากคดียังไม่มีความคืบหน้าแล้ว ยังไม่มีการจับกุมตัวคนร้ายทั้งๆ ที่ภาพวงจรปิดเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน และตนก็จำหน้านายตำรวจคนดังกล่าวได้ชัดเจน แต่คดีกลับเงียบไปยังไม่มีการออกหมายจับ ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 4-5 คน จากต่างจังหวัดมาค้นบ้านของตนทั้งๆ ที่ไม่มีหมายค้นของศาลแต่อย่างใด อ้างว่าเพื่อค้นหายาเสพติดแต่ไม่พบ พบแต่เพียงอาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอกเท่านั้น ก่อนจับตนใส่กุญแจมือพาไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่โรงพักแห่งหนึ่ง แล้วพาตนกลับมาส่ง พนักงานสอบสวน โรงพัก สภ.ฉวาง เพื่อดำเนินคดีตนในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่ตนจะประกันตัวออกมา

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งถูกยิงถล่มรถพรุนจนรอดตาย และถูกบุกค้นบ้านซ้ำจับกุมตนในข้อหาอาวุธปืน ของกลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่ง แบบไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ตนเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตเพราะอาจจะถูกฆ่าตายวันไหนก็ได้และคดีก็ยังไม่คืบหน้าเลย ตนและภรรยาและญาติจึงพากันมาเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับแม่ทัพภาคที่4 และศูนย์ดำรงธรรมก่อนที่ตนจะเป็นอะไรไป และจากนี้ไปตนคงจะต้องหลบซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัยในชีวิตด้วย นายตรีภพ กล่าวร้องเรียนที่สุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐาน และจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมต่อไป.