“ศิลปาชีพ ประทีปไทย โอทอปก้าว ไกลด้วยพระบารมี” ครั้งที่ 4 จัดระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2558 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพค เมืองทองธานี เวลา 10.00–21.00 น.
งานนี้ไม่ควรพลาด ไฮไลต์ของงานคือศิลปาชีพ...ประทีปไทย ที่สมเด็จแม่ทรงให้ เป็นภูมิปัญญาไทยสู่สากล มีหลายกิจกรรมในงานที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “พระมารดาแห่งศาสตร์ศิลป์ แผ่นดินสยาม” นิทรรศการช่างสิบหมู่ การแสดงสาธิตผลิตภัณฑ์เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้ง 4 ภาค การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ผลิตภัณฑ์เด่นและผลิตภัณฑ์โอทอปทั่วฟ้าเมืองไทย
กลุ่มบรรจุภัณฑ์และหัตถกรรมบ้านวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่...เด่นด้วยผลงานโลหะดุลลายที่มีตั้งแต่มิติเดียวที่มองเข้าไปก็จะเห็นเป็นภาพนูนเฉยๆ แล้วผลงานก็ได้รับการพัฒนาต่อยอดทำให้เป็นสามมิติ มองเข้าไปยังมีความลึกซ่อนเร้นให้เห็นถึงความสวยงามเสมือนจริงยิ่งขึ้นไปอีก
“ภาพศิลปะโลหะดุลลาย ลูกค้าต่างชาติจะชอบมาก ส่วนใหญ่สั่งซื้อไปประดับในร้านอาหาร เป็นของที่ระลึก ตกแต่งบ้าน...ส่วนมากเป็นภาพช้าง งานของเราไปไกลถึงอเมริกาเลยนะ อีกกลุ่มที่สำคัญก็คือลูกค้าจากประเทศลาว มาติดต่อเอง...นิยมภาพพญานาค”
อาจารย์สนิท–ภาวิณี บุญแลน เล่าต่อไปอีกว่า ปี 55 เราเริ่มส่งผลิตภัณฑ์คัดสรรผ่านมาถึงวันนี้ได้ 3 ดาวแล้ว ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย...ตลาด แต่ปัญหาสำคัญเรายังผลิตสินค้าจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลางอยู่ ไม่ได้เปิดช่องทางขายโดยตรง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ
“เราผลิตอย่างเดียว ไม่เก่งเรื่องการทำตลาด...กลุ่มเรามีงานเข้ามาเยอะ สมาชิกรวมช่างก็ 30 ชีวิต แค่นี้ก็ผลิตงานส่งกันเต็มกำลังแล้ว... กระบวนการทำงานชิ้นไหนขายได้ช่างก็จะทำเสริมเข้ามา”
...
อย่างภาพโขลงช้างกลางป่าไล่ระดับสวยงามที่เอามาโชว์ ขนาดความยาวเป็นเมตร ปกติต้องใช้เวลาทำนาน 2 เดือน แต่พอมีช่างมากขึ้น แบ่งงานช่วยกันทำ บางคนก็ทำดอกไม้...ต้นไม้ บางคนทำช้าง แล้วก็นำมาประกอบ ใช้เวลาเหลือแค่เดือนเดียว...งานแต่ละชิ้นแฮนด์เมด รับประกันว่ามีชิ้นเดียวในโลก
เวลาออกงานใหญ่ๆอย่างนี้ ไม่อยากจะบอกก็ต้องบอก “งานศิลป์ที่แขวนโชว์อยู่เต็มบูธแล้วก็ยังจะมีตามมาอีกเรื่อยๆขายออกทุกชิ้น ไม่มีเหลือขนกลับเชียงใหม่”
รูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ชิ้นงานไฮไลต์ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่หมาด ภาพปลาอานนท์...ปลาที่มีตำนานเล่ากันว่าเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสร้างโลก ต้องแบกน้ำหนักของโลกเอาไว้ ปลาอานนท์มีร่างกายใหญ่โตเหลือคณานับ ว่ากันว่าหากวัดความยาวก็ได้เป็นพันๆโยชน์ทีเดียว
“ภาพโลหะดุลลายปลาอานนท์”...อลังการมาก ตัวปลาจะลอยออกมาเหมือนตู้ปลาเลย มีขนาดเมตรกว่า ใช้เวลาทำนานพอดู เป็นงานฝีมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาของกลุ่มเรา ผลงานชิ้นนี้ขายในราคาช่างไม่เกิน 50,000 บาทเท่านั้น...แต่ถ้าเป็นราคาขายปลีกในห้างฯน่าจะไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท
ไล่เรียงราคากันสักหน่อยมีตั้งแต่ชิ้นเล็ก ขนาด 4 คูณ 6 นิ้ว...อยู่ที่ 550 บาท กระทั่งใหญ่สุดก็หลักหมื่น อย่างภาพโขลงช้างกลางป่าขายหน้าร้าน 60,000 บาท ขายปลีกทั่วไปก็ไม่น้อยกว่า 1 แสนบาทแน่ๆ
งานฝีมือคนไทยละเอียดอ่อนประณีตไม่แพ้ชาติใดในโลก เดินมาถึงบูธประติมากรรม “ไม้แกะสลัก” บ้านหลุก ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ภูมิปัญญาเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีการพัฒนารูปแบบให้หลากหลายมากขึ้น แปลกใหม่น่าสนใจรับกับความต้องการของตลาด อาทิ งานไม้แกะสลักพระรามรบทศกัณฐ์ ได้แรงบันดาลใจมาจากโขนเรื่องรามเกียรติ์, ม้าโคมไฟ, กวางทอง, หนุมานทดน้ำ, กระบุงโขลงช้างใต้ร่มไม้, รูปสัตว์ต่างๆทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ ช้าง ม้า สิงโต แรด... ขนาดเกือบเท่าตัวจริง
วรรณา ใจตา อายุ 57 ปี หนึ่งในมือแกะสลักไม้ คุยให้ฟังว่า เมื่อก่อนเศษไม้เหลือทิ้งไร้ประโยชน์ แต่วันนี้เราสามารถทำให้มีค่ามีราคาขึ้นมาได้...เคยมีรายได้แต่ทำนา ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยอาชีพแกะสลักไม้ นานวันเข้าก็ยิ่งสั่งสมประสบการณ์ ชื่อเสียง จนกลายเป็นที่รู้จักกันทั้งในและต่างประเทศ
“ไม้แกะสลัก” บ้านหลุก ลำปาง ถือว่าเติบใหญ่ก้าวไกลเกินจินตนาการ ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมอย่างสูงโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซื้อไปประดับโรงแรม ที่พักอาศัย โชว์ในร้านอาหารเป็นของตกแต่ง ออเดอร์แต่ละรอบ ก็มีตั้งแต่หลัก 100 ชิ้นไปจนถึง 1,000 ชิ้น และ...หลายพันชิ้น
บางครั้งก็มีแบบมาให้ อยากได้แบบนั้นแบบนี้...ส่งรูปมาให้ดูทำได้ไหม ถ้าทำได้...สั่งจำนวนขนาดนี้จะไหวไหม ทำทันหรือเปล่า รูปแบบหลากหลายมาก เรียกว่ามีทุกรูปแบบ ม้า ช้าง กวาง ของเล็กๆ รูปสัตว์ พระพุทธรูปก็มี... ประเด็นน่าสนใจคือเราขายตลาดต่างประเทศ ตรงถึงมือลูกค้าทั้งหมด ไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลาง
“เราเปิดตลาดเต็มที่ ออกงาน ออกหาตลาด และก็มีโรงงานใหญ่ มีเทคนิคการผลิตที่ครบวงจร และมีสมาชิกที่มีกำลังผลิตพอที่จะรองรับจำนวนสั่งซื้อที่มากๆมาได้หลายปีแล้ว”
วรรณา บอกว่า ชื่อเสียงมาจากผลงานที่ดี หน่วยงานรัฐก็สำคัญมีส่วนช่วยมาก ทั้งในระดับท้องถิ่น เทศบาล อบต.ช่วยส่งเสริมหาตลาด พาไปออกงาน จัดอบรมเด็ก...เยาวชนให้มาเรียนรู้สืบสานต่อยอดภูมิปัญญาที่มีคุณค่าสืบต่อไป นอกจากนี้ภาคการท่องเที่ยวก็ส่งเสริม พานักท่องเที่ยวต่างชาติมาทัวร์...มาเยี่ยมชม เรียนรู้การแกะสลักไม้ด้วยตัวเอง ใครสนใจเราจะมีครูสอนให้ค่อยๆทำตัวต่อตัว แกะเสร็จก็เอาชิ้นงานกลับไป
งานแกะสลักไม้มีเสน่ห์ดึงดูด แล้วอย่าลืมเดินเพลินๆชมภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าให้ครบถ้วน อีกชิ้นที่ไม่ควรพลาดอยู่แถวๆโซนอาหาร “เรือจำลองโบราณ” สีสันธรรมชาติจากสีไม้จริง 7-8 ชนิด อาทิ ไม้สัก โมก ประดู่ มะเกลือ เจริญสุข มะค่า ชิงชัน...งานฝีมือสุดเนี้ยบของชาวราชบุรี อันติมะ พรหมเดชโสภา อายุ 35 ปี
...
เรือ HMS.BOUNTY1783 สุดอลังการงานสร้าง ขนาดความยาว 1.75 เมตร ใช้เวลา 8 เดือนเต็ม สนนราคาค่าเหนื่อยแบบไม่คิดค่างานศิลป์ อยู่ที่ 1.5 แสนบาท เขาบอกว่า...เรือจำลองเป็นงานที่รักและยิ่งใหญ่เกินกว่าราคาขาย หลายลำที่มีลูกค้าวางเงินมัดจำเต็มจำนวน เมื่อถึงเวลาที่ลงมือลงแรงไปแล้วข้ามวัน...ข้ามเดือนก็มักจะรู้สึกว่าไม่อยากขาย รัก...หัวใจอยู่กับงานทุกชิ้น อยากจะคืนเงินกลับไป แล้วขอเก็บเรือลำนั้นเอาไว้เสียเอง
ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก ก็มี “ไม้เทพทาโรแกะสลัก” ของดีเมืองตรัง...
“ใบไม้มงคลสีทอง” ย่านดาโอ๊ะ นราธิวาส...ธรรมชาติมหัศจรรย์หนึ่งเดียวในโลก...“กล้วยหินแปลงร่าง” บันนังสตา จ.ยะลา...ประเทืองเครื่องเขิน เชียงใหม่...เครื่องสังคโลก สุโขทัย ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง บุรีรัมย์...ผลิตภัณฑ์จากหอยทาก ปัตตานี ฯลฯ
เดินมานานหิวกันแล้ว แวะไปโซนอาหารก็มีหลายเมนูทีเด็ดรองท้อง พาเหรดของดีแม่กลอง ปลาทูนึ่ง...ทอด ปลาทูซาเตี๊ยะ ต้มเค็ม-หวาน 3 ตัว 100 บาท ตัวละ 50 บาท ปลาทูเค็ม ลูกชิ้นปลาอินทรี (สด...แท้...ไม่คาว) ก็มา ทอดมันปลาอินทรี...ยอดมะพร้าว, ฟักทองก็มี ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยบ้านนา ขนมไทย...ของดังหลายจังหวัด
ต่อด้วย “เปี๊ยกแกงป่า” สิงห์บุรี ผัดไทย...บ้านนา ไก่บ้านย่าง...บุรีรัมย์ ขนมจีนน้ำยาบ้านประโดก...ตำส่ม...ผัดหมี่ ส่งตรงมาจากโคราช มะม่วงน้ำปลาหวานต้นหอม สมุทรปราการ โรตี...ยะลา ข้าวมันไก่ เบตง (พันธุ์แท้)... สับกันเห็นๆ เนื้อไก่รสดี น้ำจิ้มสูตรเด็ดน่าลอง ชวนให้คนรอชิมต่อแถวกันยาวเหยียด ฯลฯ
ผลิตภัณฑ์โอทอปทั้งของกินของใช้ทั้งหมดเหล่านี้...สะท้อนภูมิปัญญาไทย เอกลักษณ์ความเป็นชาติไทยที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจ.
...