จากกรณีบริษัทแห่งหนึ่งเข้าไปแผ้วถางป่าเสม็ด ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา บ้านท่าเนียน หมู่ที่ 3 ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน เนื้อที่กว่า 925 ไร่ อ้างว่า มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) จำนวน 23 ฉบับ ต่อมาทางสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า ไปตรวจสอบพบว่า น.ส.3 ก. ดังกล่าวน่าจะออกมา โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง สั่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแจ้งความตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่ออายัดที่ดินดังกล่าว เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นาย วงษ์รัตน์ เพชรตีบ ส.จ.พัทลุง เขต อ.ปากพะยูน และประธานสภา อบจ.พัทลุง เปิดเผยว่า การที่บริษัท ดังกล่าวเข้าไปปรับสภาพพื้นที่ป่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลสาบ นอกจากจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมถูกทำลายแล้ว ยังส่งผลให้สัตว์ป่านานาชนิด ถูกทำลายเช่นกัน โดยเฉพาะไข่และลูกนกวัยอ่อนล้มตาย เป็นจำนวนมาก ขอเรียกร้องให้ จนท.ป่าไม้เข้าไปตรวจสอบ และเร่งช่วยเหลือนกวัยอ่อนเหล่านี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนบ่ายวันเดียวกันนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง ได้เป็นประธานในการ ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ณ ห้องประชุมไพรวัลย์ บนศาลากลาง จังหวัดพัทลุง หลังเสร็จจากการประชุมนายวินัย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงการบุกรุก ในที่ดินดังกล่าว และจะนำเข้าที่ประชุม กบร.อีกครั้งหนึ่ง ในเร็วๆนี้ โดยจะได้เชิญเจ้าของ หรือตัวแทนบริษัทเข้ามาพูดคุยเป็นข้อตกลงว่าในช่วง 45 วัน ที่มีการ แจ้งอายัดที่ดินตรวจสอบ ขอร้องมิให้ทางบริษัทเข้า มาปรับสภาพพื้นที่เพื่อทำการเกษตรโดยเด็ดขาด พร้อมทั้ง รายงานผลการตรวจสอบให้ทางกองทัพภาค 4 ได้รับทราบเป็นระยะๆ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทางบริษัท ทางจังหวัดฯก็จะเสนอไปยังกองทัพภาค 4 เพื่อให้ใช้ ม.44 ดำเนินการต่อไป พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้ จนท.ชุดตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ รวดเร็ว เพราะ ที่ผ่านมา จนท.รัฐ ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเชื่องช้า จนเกิดปัญหาบุกรุกที่ดินฉาวโฉ่ขึ้นดังกล่าว.

...