เตือน ปชช.ภาคตะวันออก-ใต้ ระวังอันตรายฝนตกหนัก แม้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังเริ่มอ่อนลง

วันที่ 12 ส.ค. จากการตรวจสอบจากระบบพยากรณ์อากาศ ไทยรัฐทีวี เดอะเวตเตอร์ คอมพานี พบว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบน ยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ และยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะบริเวณจังหวัด ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ปริมาณน้ำฝนสะสมพื้นที่ที่คาดว่า จะมีปริมาณน้ำฝนสะสมเป็นจำนวนมาก 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตั้งแต่ 7 โมงเช้าวานนี้ ถึง 7 โมงเช้าวันนี้ พบว่า พื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากที่สุด จะอยู่บริเวณภาคตะวันออก และแถวบริเวณรอยต่อระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ในจังหวัดนครราชสีมา และอีกหนึ่งจุดก็ คือ ภาคใต้ตอนล่าง บริเวณยะลา เมื่อเปรียบเทียบกับ 24 ชั่วโมงถัดไป ก็คือ 7 โมงเช้าวันนี้ถึง 7 โมงเช้าวันพรุ่งนี้ ก็พบว่า จุดที่มีปริมาณฝนตกสะสมอยู่มากเหลืออยู่ในบริเวณแถวๆ แนวเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และภาคอีสานฝั่งตะวันออก

ขณะที่กลุ่มเมฆที่ปกคลุมทั่วไทย ก็เริ่มหนาตาขึ้นในบางพื้นที่ เช้านี้พบกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองทั้งในบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ ส่วนคาดการณ์ ฝนวันนี้ ช่วงสาย พบกลุ่มฝนกลุ่มใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง และภาคอีสาน โดยตกหนักบางพื้นที่ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ช่วงเที่ยงกลุ่มฝนยังคงตกในบริเวณภาคอีสาน โดยกลุ่มฝนหนักยังคงเป็นในบริเวณเดิม ส่วนในพื้นที่ภาคกลาง กลุ่มฝนจะลดลง ส่วนใหญ่ไปตกเพิ่มขึ้นแถวฝั่งตะวันตกของประเทศ ตั้งแต่จังหวัดตากยาวไปถึงเพชรบุรี

...

ช่วงบ่าย กลุ่มฝนเน้นตกในภาคอีสาน ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ตกหนักที่ หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี ส่วนฝั่งตะวันตกของประเทศกลุ่มฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ช่วงเย็น กลุ่มฝนจะลดลงเหลือเพียงบริเวณภาคอีสานตอนบนถึงตอนกลาง และมีตกเพิ่มที่ภาคเหนือ ในจังหวัดลำปางและภาคกลางที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนที่ช่วงค่ำจะขยับขึ้นไปตกบริเวณภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน

ส่วนสถานการณ์ฝนทางใต้วันนี้ ช่วงสายจะพบเป็น 2 จุด ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ และอีก 1 จุด คือ ภาคใต้ตอนล่างที่ ยะลา และนราธิวาส ช่วงเที่ยงกลุ่มฝนยังคงตกบริเวณตอนกลางของภาค ตกเพิ่มที่สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ส่วนทางตอนใต้เหลือเพียงในจังหวัดยะลา ช่วงบ่ายถึงเย็นกลุ่มฝนจะค่อยๆขยับลงมา ยังตอนล่างมากขึ้น ตกเพิ่ม ที่พัทลุง สงขลา และจะตกหนักขึ้นในช่วงค่ำ ส่วนช่วงดึกกลุ่มฝนจะไปตกหนักในจังหวัดนครศรีธรรมราช

และจากฝนที่ตกเพิ่มขึ้นทำให้อุณหภูมิความรู้สึกร้อนวันนี้ ปรับลดลงประมาณ 1 - 2 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะบริเวณภาคอีสาน วันนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ในขณะที่อุณหภูมิความรู้สึกร้อนสูงสุดวันนี้ คาดว่า จะอยู่บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน ประมาณ 36 - 37 องศาเซลเซียส

ส่วนสภาพอากาศในแต่ละภาคเป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน ตาก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส  ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร  ส่วนตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส.