อดีตสามีหึงภรรยาที่เลิกกัน กลับมาบ้านกับหนุ่มฝรั่ง เลยพกปืนไปพร้อมกระสุน ต่อว่าก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้า อีกฝ่ายหนีเข้าห้องถูกตามไปกอดคอจ่อยิงตายคาที่ แต่คนยิงก็ไม่รอด ถูกรุมฟันกะโหลกแตกสมองกระจายตายตามกันไป ทิ้งลูก 3 คนเป็นกำพร้า...

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.58 เกิดเหตุไล่ยิงกันที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 บ้านพันดอน ต.บ้านพร้าว อ.เมืองหนองบัวลำภู มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ชุดกู้ภัยนเรศวรได้รับแจ้งรุดไปยังที่เกิดเหตุ นำร่าง นายอธิราช โคตรมุงคุณ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 9 ในสภาพนั่งจมกองเลือดอยู่ที่โซฟาติดประตูบ้าน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะหลายแผล เศษมันสมอง เส้นผมกระเด็นไปติดตามผนังและพื้น ส่งไปยังรพ.หนองบัวลำภู แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.สุมนชาย จำนงนิจ พงส. สภ.เมืองหนองบัวลำภู รับแจ้งเหตุและรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพล จันทร์ศักดิ์ พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.อำนาจ ฉิมมา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.มานะ ธัญญะวานิช รอง ผกก.ปป. ชุดสืบสวน และตำรวจวิทยาการ เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบที่โซฟาติดประตูห้อง ผนังบ้าน และพื้นบ้าน มีคราบเลือดติดอยู่

ถัดจากโซฟาเป็นห้องนอน ภายในห้องพบร่างนางสุรัตน์ โคตรมุงคุณ อายุ 32 ปี เจ้าของบ้านสภาพนอนเสียชีวิตที่ข้างเตียง มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านหลัง กะโหลกแตก เลือดและสมองกระจายทั่วห้อง บนเตียงพบปืนลูกซองสั้นวางอยู่ 1 กระบอก มีปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 1 ปลอก และอยู่ในรังเพลิงอีก 1 ปลอก นอกจากนี้ ที่หน้าห้องยังพบเศษไม้อัดบานประตูห้องนอน พังเสียหายกองอยู่ และมีรอยเลือดหยดจากห้องนอนไปทางประตูหลังบ้าน ออกมาที่เพิงพักด้านนอกพบมีดพร้าเปื้อนเลือดเหน็บอยู่ กับขวานด้ามเหล็กแช่ในถังน้ำอีก 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

...

จากสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ มี น.ส.วรรณภา ฟองทุม อายุ 29 ปี น้องสาว นางสุรัตน์ ผู้ตาย นายชาตรี จันทร์สว่าง อายุ 20 ปี ชาวบ้านย่าน แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เพื่อนน้องสาว และนายเรนนอย มาร์นิก เรย์มอนดา อายุ 52 ปี ชาวเบลเยียม เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทั้งสองคือนางสุรัตน์กับนายอธิราช เคยเป็นสามีภรรยาอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ได้แยกทางกันเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน และไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่เมื่อ 3 วันที่แล้ว นางสุรัตน์ได้กลับมาที่บ้านโดยมีนายเรนนอย ชาวต่างชาติ ร่วมเดินทางมาด้วย


ทั้งนี้ คาดว่า นายอธิชาติ อดีตสามีทราบว่านางสุรัตน์กลับมาที่บ้านพร้อมชาวต่างชาติ เข้าใจว่าเมียที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากกันจะไปมีสามีใหม่ จึงเกิดความแค้นผสมกับหึงหวง จึงสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวเพื่ออำพรางปืนลูกซองสั้นที่นำติดตัวพร้อมกระสุนปืนอีกหลายนัด ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กทต. 437 หนองบัวลำภู มาที่บ้านเกิดเหตุ จากนั้นเข้ามาหานางสุรัตน์ มีการโต้เถียงต่อว่ากัน ก่อนที่นายอธิราชจะบันดาลโทสะชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด นางสุรัตน์จึงวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องนอน นายอธิราชได้ตามไปพร้อมเปลี่ยนกระสุนปืน จากนั้นพังประตูเข้าในห้องนอน คาดว่านายอธิราชได้กอดคอนางสุรัตน์ ก่อนจะลั่นไกยิงเข้าที่ศีรษะ เมื่อได้ยินเสียงปืน ทั้งนายชาตรี และนายเรนนอยได้วิ่งเข้าไปในบ้านเจอนายอธิราชกำลังวิ่งออกจากห้อง จึงกระโดดเข้าล็อกตัวไว้พร้อมกดร่างลงบนโซฟาจากนั้นมีคนวิ่งตามเข้ามารุมสกรัม และใช้มีดพร้าฟันที่ศีรษะจนฟุบคาที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมานำร่างส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ น.ส.วรรณภา นายชาตรี และนายเรนนอย เข้าไปสอบสวนเพิ่มเติม โดยยังไม่ได้แจ้งข้อหา โดยในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งประเด็นการก่อเหตุในครั้งนี้ว่ามาจากความหึงหวง และต้องแยกสำนวนคดีเป็นสองเรื่อง ทั้งในกรณีของ นางสุรัตน์ที่ถูกฆ่าโดยเจตนา และกรณีของนายอธิราชที่ถูกรุมสกรัมจนเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสภาพศพนายอธิราช พบบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณศีรษะหลายแผล ค้นในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตพบกระสุนปืนลูกซองอีก 5 นัด จึงเชื่อว่านายอธิราชเตรียมตัวไปก่อเหตุในครั้งนี้.