จนท.ทหารร่วมป่าไม้ เข้าตรวจสอบยืนยันไม่พบร่องรอยการชักลากไม้ริมแม่น้ำสาละวิน ในเขตพื้นที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมนำสื่อล่องเรือนานกว่า 6 ชม. หลังทหารกะเหรี่ยง เคเอ็นยู ยึดแพไม้สักจำนวน 118 ท่อน ในแม่น้ำสาละวินไว้ได้
เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 11 ส.ค.58 พันเอกสุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และนายยุทธนา ศรีเงินงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มาของแพไม้สักเถื่อน 118 ท่อน ที่ทหารกะเหรี่ยง (KNU) ได้ยึดได้และผูกไว้ที่บริเวณริมฝั่งลำน้ำสาละวิน ประเทศเมียนมา ตรงข้ามแก่งแม่ข่อ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำสื่อมวลชน เดินทางด้วยเรือเร็วจำนวน 2 ลำ พร้อมเรือหางยาวของเจ้าหน้าที่อุทยาน สาละวิน 1 ลำ เดินทางไปยังบริเวณจุดที่ตรวจยึดแพไม้สัก 118 ท่อน พร้อมทั้งตรวจพื้นที่สองฟากฝั่งสาละวิน ตั้งแต่ตอนล่าง บริเวณสบยวม ขึ้นไปจนถึง เหวยจี ระยะทางในการล่องเรือประมาณ 95 กิโลเมตร เพื่อตรวจดูพื้นที่ป่าแนวริมน้ำ และหาร่องรอยการชักลากไม้ตามร่องลำห้วย ใช้ระยะเวลาในการเดินทางเรือไปกลับกว่า 6 ชั่วโมง
...
จากการตรวจสอบตลอดเส้นทาง ไม่พบร่องรอยการชักลาก หรือการตัดไม้ในพื้นที่ฝั่งไทยแต่อย่างใด และได้เดินทางเข้าพบ รอ.โบ่พอ ผบ.ร้อย ผบ.ฐาน กกล.KNU ฐานแก่งแม่ข่อ ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ ที่ทำการตรวจยึดแพไม้
จากการพูดคุยเบื้องต้น รอ.โบ่พอ กล่าวว่า ไม้จำนวนดังกล่าวน่าจะเป็นไม้ที่ตัดในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และไหลลอยลงมา แต่ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ลักษณะเป็นไม้สักท่อนเก่า ซึ่งมีร่องรอยไฟไหม้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม ทางด้านฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการชักลากไม้สักท่อนวางกระจายริมฝั่งสาละวิน เพื่อเตรียมนำลงผูกแพล่องตามน้ำสาละวิน ตรงข้ามกับบ้านแม่สะเกิบ ต.แม่คง บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง และด้านฝั่งแม่น้ำเมย บริเวณน้ำเมยกับน้ำสาละวิน มาบรรจบกัน จะมีโรงเลื่อยแบบเคลื่อนที่ รอรับไม้จากน้ำสาละวินส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรสภาพต่อไป.