ตำรวจนำตัว 'ไอ้โก๋' ผู้ต้องหาฆ่าฝังดิน 'หลวงพ่อทวีป' เจ้าอาวาสวัดชำโสม จาก รพ.ระยอง มารักษาตัวที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ ระบุสอบเบื้องต้นยังไม่พบผู้ร่วมก่อเหตุด้วย...
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ส.ค.58 ที่ตึกเทพรัตน์ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี พ.ต.อ.สุเทพ บุญค้ำ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี เกือบ 20 นาย ได้ร่วมกันควบคุมตัว นายไพสณฑ์ หรือ โก๋ เพ็ญเสวี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139 ม.5 ต.อ่างทอง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า พระครูสุพัฒนกิจอุดม หรือหลวงพ่อทวีป สันตะจิตโต เจ้าอาวาสวัดโสมนาราม หรือ วัดชำโสม ม.10 ต.แสลง อ.เมือง จ.จันทบุรี อย่างโหดเหี้ยม มารักษาตัวต่อที่ จ.จันทบุรี หลังใช้อาวุธปืนจ่อยิงขมับหวังฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จ
ทั้งนี้ ทันทีที่รถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงตึกเทพรัตน์ ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาคอยคุ้มกัน ท่ามกลางความสงสัยของผู้ป่วยและผู้มารับบริการของโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะนำตัวนายไพสณฑ์ หรือ โก๋ นั่งรถเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน เพื่อรับการตรวจสอบสภาพร่างกายเบื้องต้น และย้ายตัวเข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤติ ชั้น 5 ของตึกเทพรัตน์ต่อไป โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยผลัดเปลี่ยนเฝ้ารักษาความปลอดภัย ผลัดละ 4 นาย พร้อมทั้งล่ามโซ่ที่ขา เพื่อกันการหลบหนี
ด้านพล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เปิดเผยว่า แพทย์ได้อนุญาตให้ย้ายตัวผู้ต้องหาจาก รพ.ระยอง มารักษาต่อ ที่รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี หลังจากอาการดีขึ้น สามารถลุกนั่งได้ และพูดคุยได้เกือบปกติ แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อสังเกตอาการบาดแผลบริเวณสมองที่ถูกกระสุน ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารกับผู้ต้องหาได้ และสอบปากคำได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มาก เบื้องต้นไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นมาเยี่ยม ยกเว้นทางญาติ
...
สำหรับการดำเนินคดีอยู่ใน 2 ท้องที่ ประกอบด้วย ห้องพักในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตำรวจปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในท้องที่รับผิดชอบของ สภ.นิคมพัฒนา ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขัดขืนการจับกุมเจ้าหน้าที่ โดยใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ ในส่วนการดำเนินคดีในท้องที่ จ.จันทบุรี จะเป็นข้อหาในคดีชิงทรัพย์พระ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ หรือชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์
ขณะที่ ความคืบหน้าการสอบสวน จากการสอบปากคำพยาน และหลักฐานต่างๆ ทำให้สามารถดำเนินคดีผู้ต้องหาได้ ส่วนการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิด เบื้องต้นจากการสอบสวนยังไม่พบปรากฏว่ามีผู้ใดร่วมก่อเหตุ แม้ว่าทางตำรวจจะตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก็ตาม ซึ่งคงต้องรอการสอบปากคำและคำยืนยันจากผู้ต้องหาอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พ.ต.อ.สุเทพ บุญค้ำ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี เปิดเผยว่า การย้ายตัว นายไพสณฑ์ มารักษาที่ จ.จันทบุรี ครั้งนี้ เนื่องจากมีอาการดีขึ้น แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จนกว่าผลการรักษาของทางแพทย์จะออกมา จึงจะแจ้งข้อหา และควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป.