'วิภา หนูเงิน' แม่ผู้เลี้ยงดูลูกสาวพิการมากว่า 40 ปี เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นของเราอย่างแท้จริง แม้จะมีผู้คนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ไม่นานพวกเขาก็จะผ่านไป หากสายใยแห่งรักและความผูกพันระหว่างแม่-ลูก จักไม่เปลี่ยนแปลง...

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 58 ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอเรื่องราวของ คุณแม่วิภา หนูเงิน อายุ 67 ปี ชาวบ้าน ถ.บ้านหนองยวน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะกับการเลี้ยงดู น.ส.นก หนูเงิน ลูกสาว วัย 42 ปี ซึ่งพิการแต่กำเนิด จากโรคโปลิโอ เดินไม่ได้ ขาลีบ และไม่เคยพบแพทย์ เนื่องจากฐานะที่ยากจน

คุณแม่วิภา หนูเงิน ประกอบอาชีพขายของเด็กเล่น แต่ประสบภาวะขาดทุน ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว สุดท้าย เมื่อปี พ.ศ. 2555 ชีวิตไร้ซึ่งทางออก ทำให้คุณแม่วิภา หนูเงิน ต้องอุ้มลูกสาวพิการวัย 42 ปี ออกจากบ้าน ในเวลาประมาณ 10.00 น. มานั่งขอทานเลี้ยงชีพ บริเวณหน้าสมาคมของชาวจีน และหน้าธนาคาร ก่อนจะอุ้มลูกกลับบ้านในเวลา 14.00 น. เป็นประจำทุกวัน ในบางวัน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในเส้นทางสายนี้หยิบยื่นน้ำใจมอบให้ ขณะที่บางวันกลับไร้ซึ่งการเหลียวแล

ก่อนหน้านี้ คุณแม่วิภา หนูเงิน เคยไปติดต่อเรื่องสิทธิคนพิการให้กับลูกสาว แต่เป็นเพราะตอนคลอดลูก ไม่มีการแจ้งเกิด ทำให้ลูกสาวไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จึงทำให้ไม่ได้สิทธิดังกล่าว แม้ว่าอัตราเบี้ยความพิการที่รัฐบาลได้มอบให้แก่คนพิการ จำนวน 800 บาทต่อเดือน (ครม.ได้อนุมัติในหลักการให้เพิ่มอัตราเบี้ยความพิการ จากเดิมรายละ 500 บาท เป็นรายละ 800 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 เป็นต้นไป) อาจไม่ได้มีมูลค่ามากมายสำหรับบางคน แต่สำหรับชีวิตของ 2 แม่ลูก กลับมีค่ามากพอ ที่จะทำให้สามารถประทังชีวิตอยู่ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

...

คุณแม่วิภา หนูเงิน จึงอยากร้องขอไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว ความรักของแม่ไม่มีเหตุผล เพราะไม่ว่าลูกจะเป็นเช่นไร แต่แม่ อย่างคุณแม่วิภา ก็ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งลูก แม้จะประสบกับความยากลำบาก แต่เธอก็ยืนยันที่จะเลี้ยงดูลูกต่อไป แม้เธอจะไม่ได้เป็น “แม่ดีเด่น” เหมือนอย่างใครๆ เพราะผู้หญิงคนนี้ ไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลเชิดชูให้คนรับรู้และสรรเสริญทั่วประเทศ แต่แม่วิภา หนูเงิน กลับเป็นรางวัลล้ำค่า สำหรับ น.ส.นก หนูเงิน ผู้เป็นลูกสาว และเบื้องหลังความทรงจำทั้งชีวิต จะมีเรื่องราวของแม่คนนี้อยู่เสมอ เพราะแม่อยู่กับเธอ นับตั้งแต่เธอลืมตาดูโลก.