ผบช.ภ.4 เรียกประชุมด่วนผบก. 12 จังหวัด เร่งสะสางปัญหาหนี้สินตำรวจ เผยมีเพียง 5 รายที่อุดรธานีเท่านั้น ที่ถูกให้ออกจากราชการ ส่วนที่อยู่ในขั้นตอนการฟ้องล้มละลายมี 60 ราย การแก้ปัญหาเป็นไปในทิศทางที่ดี ให้ทีมกฎหมายช่วยเจรจาเจ้าหนี้...
ตำรวจล้มละลายและถูกปลดจากราชการ จากการมีภาระหนี้สินล้นพ้นตัวยังคงเป็นเรื่องที่จะต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ส.ค.58 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 ได้เรียกประชุมด่วน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจากทั้ง 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมไปถึงผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทุกจังหวัด เพื่อสรุปผลการเจรจาและแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจในสังกัด หลังมีข้าราชการตำรวจมารายงานตัว เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า การถูกให้ออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ จากการยื่นฟ้องล้มละลายและพิทักษ์ทรัพย์มีเพียงเท่านั้น 5 รายที่ จ.อุดรธานี ขณะที่การสำรวจตรวจสอบล่าสุดพบข้าราชการตำรวจ ที่ขาดการชำระเงินตามสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินจากเดิม 2,500 ราย แต่หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สั่งการให้ ผบก.และ ผกก.ของแต่ละจังหวัดเข้าไปตรวจสอบ และเจรจาประนอมหนี้ 3 ฝ่ายประกอบด้วย สถาบันการเงิน ข้าราชการตำรวจที่เป็นลูกหนี้และผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบ วันนี้เหลือข้าราชการตำรวจที่อยู่ในขั้นตอนของการเยียวยาเพียง 350 ราย เฉลี่ยอยู่ที่จังหวัด 5-10 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในขั้นตอนของการยื่นฟ้องล้มละลาย 60 ราย ซึ่งการเจรจากับสถาบันการเงินเป็นไปในทิศทางที่ดีและสามารถแก้ไขปัญหาได้
...
"ผมไม่อยากบอกว่าตำรวจของผมนั้นใช้เงินเกินตัว แต่เมื่อสำรวจแล้วพบว่าส่วนใหญ่นำไปใช้จ่ายภายในครอบครัวในรูปแบบต่างๆ บางนายมีรายรับเพียงด้านเดียว ขณะที่ชั้นประทวนเงินเดือนเองก็ไม่มากนัก แต่ต้องดูแลคนทั้งครอบครัวก็ทำให้เงินไม่พอใช้ วันนี้เราต้องมาจัดระบบและทำบัญชีรายรับรายจ่าย ยึดหลักตามโครงการตำรวจพอเพียง เพื่อที่จะประมาณและประเมินตนเอง จนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ได้ในภาพรวมทั้งหมดทุกนาย"
ผบช.ภ.4 ยังกล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหานั้น ได้มีการหารือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัด ในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อพิเศษ ให้กับตำรวจที่ประสบปัญหาว่า จะสามารถพิจารณาอนุมัติวงเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาได้มากน้อยเพียงใด แต่ไม่สามารถที่จะปล่อยเงินกู้หรือวงเงินสินเชื่อ ให้ได้ทั้งหมดทุกนาย เพราะจะต้องตรวจสอบทั้งอายุราชการที่ตำรวจบางนาย เหลืออายุราชการเพียง 6 เดือนหรือเพียง 2 ปี บางนายไม่สามารถที่จะเจรจากับเจ้าหนี้ได้ แต่ทีมกฎหมายและผู้บังคับบัญชาจะต้องเข้าไปเจรจา เพื่อให้ได้ข้อสรุปให้เป็นแต่ละรายไป แต่ก็ต้องคำนึงถึงสภาพคล่องของสหกรณ์ออมทรัพย์ของทุกจังหวัดด้วยว่า จะสามารถปล่อยได้หรือไม่ โดยต้องตรวจสอบรายรับสุทธิของแต่ละนาย เพราะตำรวจบางนายที่ประสบปัญหา เหลือเงินเดือนสุทธิที่เป็นรายรับอยู่ที่เดือนละ 2,000-3,000 บาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาทุกระดับจะต้องมาให้การช่วยเหลือ และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนาย ถือเป็นคนในครอบครัว ที่เมื่อเกิดปัญหาจำเป็นจะต้องเยียวยาแก้ไข โดยวันนี้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้มีเพียงธนาคารออมสินเท่านั้น ส่วนสถาบันการเงินอื่นๆ เป็นนอกโครงการที่ได้ดำเนินการมา แต่เมื่อเกิดปัญหาก็จำเป็นจะต้องจัดระบบ และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งทีมกฎหมายของ ตำรวจภูรภาค 4 ได้เข้ามาช่วยสะสางและแก้ไขปัญหานี้.