สุดสลด เด็กนักเรียนชั้นป.4 ถูกไฟตู้ทำน้ำเย็นช๊อตดับ‏คาโรงเรียน หลังหิวน้ำ แล้วหยิบสายไฟฟ้าที่ถอดเสียอยู่ ไปเสียบปลั๊ก พร้อมกดน้ำเย็นเพื่อจะมาดื่มแก้กระหาย จนถูกไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิตอนาถ

เมื่อเวลา 17:00 น. วันที่ 10 ส.ค.58 ร.ต.ท.วันชาติ นุ่นงาม ร้อยเวรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งมีเด็กถูกไฟช็อตเสียชีวิต ที่บริเวณโรงเรียนวัดโคกพุทรา หมู่ที่1 ตำบลโคกพุทรา อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เบื้องต้นทางครูได้นำตัวส่งโรงพยาบาลโพธิ์ทอง เพื่อทำการช่วยชีวิต หลังปั้มหัวใจแล้วไม่ฟื้น ทราบชื่อต่อมา ว่า เด็กชาย ธีรพล จิตรีศัพทร์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 บ้านพักอยู่ที่ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง หลังจากรับแจ้งเหตุได้รุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชูเกียรติ ทัศนัย สารวัตรเวรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทอง และ มูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุไฟฟ้าช็อต เด็กชายธีรพล เป็นโรงอาหารด้านหลังอาคารเรียน วัดโคกพุทธา โดยจุดที่โดนไฟช็อต เป็นตู้กดน้ำเย็นของโรงเรียน จากการสอบถามเพื่อนนักเรียน ทราบว่า เด็กชายธีรพล ได้หิวน้ำ พร้อมได้เดินไปดื่มน้ำที่ตู้น้ำเย็นดังกล่าว ซึ่งตู้น้ำเย็นหลังดังกล่าวนั้น ไม่ได้เสียบปลั๊ก โดยมีสายไฟฟ้าม้วนอยู่หลังตู้น้ำเย็น โดยเด็กชายธีรพล ได้หยิบปลั๊กตู้เย็นไปเสียบที่ตู้น้ำเย็น หลังจากนั้นก็มากดน้ำที่ก๊อกตู้น้ำเย็น แล้วโดนไฟฟ้าที่ตู้น้ำเย็นช็อต ด้านเพื่อนๆที่เห็นเหตุการณ์อยู่นั้น ตกใจและได้วิ่งไปตามครูมาช่วยเหลือ แต่เด็กชายธีรพล ได้สลบไปแล้ว เบื้องต้น ครูได้ช่วยกันปั้มหัวใจ พร้อมเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่ทันการณ์ เนื่องจากเด็กชายธีรพล ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.ชูเกียรติ ได้กล่าวว่า เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสอบถามพยานที่เป็นเพื่อนนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมนำตู้น้ำเย็นตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตและสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ในการเสียชีวิตที่น่าสลดใจ ของเด็กชาย ชั้นป.4 ครั้งนี้

...

ทางด้านของศพเด็กชาย ธีรพล ได้นำส่งตรวจถึงสาเหตุการเสียชีวิต ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดประทุมธานี เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างแท้จริงต่อไป ส่วนทางโรงเรียนโคกพุทธา ได้รายงานตามขั้นตอนถึง นายเพชรรัตน์ นิ่มพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอ่างทอง และได้รายงานต่อ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป