ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ขอชี้แจงกรณีปลด 5 ตำรวจที่ถูกศาลสั่งล้มละลาย ยันช่วยอย่างดีที่สุดแล้ว แต่สหกรณ์ให้กู้เพิ่มไม่ได้เพราะกู้ไปเต็มเพดาน บางคนตั้ง กก.สอบถึง 4 เดือน จึงไม่ได้ด่วนเซ็นคำสั่ง ถ้าไม่เซ็นก็จะเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่...

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี มีคำสั่งให้ 5 ตำรวจอุดรธานี ออกจากราชการ เหตุขาดคุณสมบัติภายหลังศาลมีคำสั่งล้มละลาย จากการไปกู้ยืมและค้ำประกันเงินกู้ของธนาคารออมสิน ทำให้อดีตตำรวจที่ถูกให้ออกราชการ เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งผู้บังคับบัญชา และฟ้องศาลปกครอง อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และการถูกให้ออกจากราชการทำให้มีปัญหาตามมา บางคนถึงขั้นภรรยาขอหย่า ตามข่าวที่เสนอมาโดยลำดับนั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีตำรวจสังกัด บก.ภ.จว.อุดรธานี ถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย และถูกปลดออกราชการ เพื่อรับบำเหน็จบำนาญ และตนได้เซ็นคำสั่งให้ออก รายล่าสุดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา (ร.ต.ท.ศตะ พวงกันยา รอง สว.ธุรการ สภ.ดงเย็น) หากตำรวจทั้ง 5 นาย เห็นว่าคำสั่งไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถไปยื่นอุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป หากผู้บังคับบัญชาพิจารณาถึงที่สุดแล้วยังไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ก็สามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ตามแนวทางของกฎหมาย

...

ในส่วนของการแก้ไข หรือเพิกถอนยกเลิกคำสั่งปลดออก ตนคงทำให้ไม่ได้ เพราะต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ เนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลาย ตามระเบียบข้อบังคับถือว่าขาดคุณสมบัติการรับราชการตำรวจ จึงต้องสั่งให้ปลดออกราชการ หากตนไม่เซ็นคำสั่งให้ปลดออก อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.ชัยญัติ กล่าวด้วยว่า ส่วนในเรื่องที่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีเสียงสะท้อนว่า เซ็นคำสั่งปลดออกราชการเร็วเกินไปแบบไม่ทันตั้งตัว ข้อเท็จจริงคือ ตำรวจทั้ง 5 นาย บางนายถูกศาลพิพากษาเป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่ วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 และได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้ง 5 นาย เป็นเวลาอย่างต่ำ 2 เดือน บางรายถึง 4 เดือน หรือ 120 วัน ซึ่งเขามีเวลาพอที่จะไปแก้ไข แต่ก็ไม่ไปติดต่อกับทางธนาคาร เรื่องนี้จึงไม่ใช่ทำไปเลย แบบไม่บอกกล่าวกันก่อน

นอกจากนี้ ในส่วนของการให้การช่วยเหลือ ทางหน่วยเหนือได้ให้นโยบายเพื่อประสานทางธนาคาร และประสานฝ่ายลูกหนี้ให้มาเจรจากัน โดยแต่งตั้งพ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เพื่อแก้ไขปัญหาในรูปแบบคณะกรรมการ แต่ไม่สามารถแก้ได้เพราะข้อเสนอไม่ผ่านมติคณะกรรมการในที่ประชุม เนื่องจากลูกหนี้ของสหกรณ์ได้กู้เงินเต็มเพดานแล้ว คือ 2,000,000 บาท ซึ่งให้กู้มากกว่าทุกจังหวัดในสังกัด ตร.ภ.4. หนี้ออมสินก็ไม่สามารถส่งได้ ยังจะมากู้สหกรณ์ฯ อีก หากคณะสหกรณ์อนุมัติให้ตำรวจกู้เพิ่ม สถาบันสหกรณ์ฯ คงมีปัญหา หรือล้มไปเลยก็ได้

"เพราะสหกรณ์มีสมาชิกถึง 2,305 คน สมาชิกมีปัญหากู้เงินธนาคารออมสิน 300 คน แก้ปัญหาได้แล้ว 180 คน เหลือราว 120 คน ที่จะถูกฟ้องล้มละลาย แต่ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว 40 คน และที่หนักสุดคือ 5 คน แก้ไขไม่ได้ จึงมีคำสั่งปลดออก ให้เขาดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งตามกฎหมาย หากทางสหกรณ์ให้กู้เพิ่ม สมาชิกที่เป็นตำรวจในสังกัดอีกราว 1,600 นาย คงกู้เงินเพิ่มด้วย ซึ่งอยากให้ผู้ใต้บังคับบัญชา และตำรวจชั้นผู้น้อยใช้ชีวิตอย่างพอเพียง จึงจะแก้ปัญหาเป็นหนี้สินได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เวลา 09.00 น. วันที่ 11 สิงหาคมนี้ ท่าน พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 ได้เรียกประชุม ผบก. ตัวแทนสหกรณ์ ตัวแทนการเงินทุกโรงพัก ทั้ง 12 จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหา" พล.ต.ต.ชัยญัติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน ด.ต.ธณกฤต ภักดีผล ผู้ช่วย พงส.สภ.เมืองอุดรธานี หนึ่งในตำรวจที่ถูกปลดออก ได้เดินทางมาที่ กลุ่มงานสอบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี อาคารเรือนฉัตรไพฑูรย์ เพื่อยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งปลดออกจากราชการ ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากเซ็นรับทราบคำสั่งไปแล้วเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลักฐานไม่ครบและมีการแก้ไข จึงรอยื่นอีกครั้งในวันถัดไป ส่วน ร.ต.ท.ศตะ พวงกันยา รอง สว.ธุรการ สภ.ดงเย็น พร้อมพวกอีก 3 คน ยังไม่เซ็นรับทราบคำสั่งปลดออกราชการ ยังรอความหวังจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง และอีก 2-3 วันจะเดินทางไปที่กรมบังคับคดี กรุงเทพฯ พร้อมหลักฐานเพื่อยื่นขอความช่วยเหลือต่อไป.