ไฟไหม้ “ชุมชนวัดกัลยาณ์” กลางดึก ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน ต้นเพลิงเกิดจากบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ เจ้าของบ้านวิ่งเข้าไปในกองเพลิงใช้ถังดับเพลิงฉีดแต่เอาไม่อยู่ ถูกไฟลวกที่มือและขาเล็กน้อย เพลิงเผาวอดไป 12 หลัง ชาวบ้านไม่มีที่อยู่เดือดร้อน 60 ราย ฮือฮาภาพกรอบไม้ “หลวงพ่อคูณ” ไฟไม่ไหม้ เชื่อทำให้ไม่มีคนตาย ตำรวจยันไม่เกี่ยวกรณีข้อพิพาทกับวัดคาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
เพลิงไหม้ชุมชนกลางดึก ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 9 ส.ค. ร.ต.ท. พิพัฒน์ เกษมสู่บุญ พงส.สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้ภายในชุมชนวัดกัลยาณ์ ซอยอรุณอัมรินทร์ 6 ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม. รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.อ.วรวิทย์ ญาณจินดา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรถน้ำของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร และรถน้ำของอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมกว่า 20 คัน
ที่เกิดเหตุอยู่ติดกับวัดกัลยาณ์ เป็นชุมชนแออัดบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ปลูกติดต่อกันกว่า 50 หลัง จุดเกิดเหตุอยู่ที่บ้านเลขที่ 241 พบกลุ่มควันพวยพุ่งและเพลิงลุกลามบ้านข้างเคียงอย่างรวดเร็วเพราะเป็นบ้านไม้เชื้อเพลิงอย่างดี และทางเดินในชุมชนคับแคบมาก รถน้ำไม่สามารถเข้าไปยังต้นเพลิงได้ จึงต้องต่อสายยางเข้าไป ใช้เวลาราว 1 ชม. จึงควบคุมเพลิงได้ เผาผลาญบ้านวอดไป 12 หลัง
จากนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบบ้านต้นเพลิงเลขที่ 241 ซึ่งเป็นบ้านครึ่งตึก ครึ่งไม้ ร่วมกับนางสุภา สิทธิวิบูลย์ อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นางสุภา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและนายเกรียงไกร สิทธิวิบูลย์ อายุ 57 ปี สามี พร้อมกับลูกชาย กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน ก็ต้องตกใจตื่นเมื่อมีแสงเพลิงและกลิ่นควันไฟโชยมาจากระเบียงบ้านบนชั้นที่ 2 สามีก็รีบวิ่งออกไปหยิบถังดับเพลิงจากกลางซอยมาฉีดเพื่อควบคุมแต่เอาไม่อยู่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกที่มือและขาเล็กน้อย กระทั่งแสงเพลิงลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร เพราะสายไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก็เก่าไปตามกาลเวลา
...
มีรายงานว่า ขณะเจ้าของบ้านรายหนึ่งกำลังค้นหาทรัพย์สินและข้าวของที่ยังพอใช้ได้ที่ถูกเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 225 พบว่ากรอบใส่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ที่เก็บไว้บนชั้น 2 มีสภาพเกือบจะสมบูรณ์ โดยเพลิงได้ลุกไหม้แค่กรอบไม้ ส่วนภาพ “หลวงพ่อคูณ” ไม่มีรอยไหม้แต่อย่างใด สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก
ต่อมาเวลา 13.20 น. ที่บริเวณปากซอยทางเข้าวัดกัลยาณมิตร ใกล้ที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม ร่วมกับทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 19 (ป.พัน.19) สำนักงานเขตธนบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ โดยจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความเสียหายและนำอาหาร ข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่งมามอบให้กับผู้ประสบภัยด้วย
พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์กล่าวว่า ตรวจสอบความเสียหายเพลิงเผาบ้านวอดไป 12 หลัง เจ้าของบ้านต้นเพลิงได้รับบาดเจ็บไฟไหม้เล็กน้อย ไม่มีผู้เสียชีวิต มีผู้ประสบอัคคีภัยได้รับความเดือดร้อนประมาณ 60 ราย ได้ประสานสำนักงานเขตธนบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร และ กต.ตร.สน.บุปผาราม มาตั้งเต็นท์นำอาหารและน้ำดื่มมาแจกจ่าย รวมถึงนำทีมพนักงานสอบสวนมาตั้งโต๊ะรับแจ้งความให้บรรดาเจ้าบ้านมาแจ้งความว่ามีทรัพย์สินใดบ้างที่ได้รับความเสียหาย
“ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตกันไปว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากกรณีพิพาทระหว่างชาวบ้านและวัดในทำนองเผาไล่ที่นั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอน เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนซีกที่เกิดเหตุไม่มีปัญหากับฝ่ายใด ประกอบกับบ้านเรือนก็ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกำแพงวัด สำหรับสาเหตุ ตนเชื่อว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานส่งผลตรวจพิสูจน์กลับมาประกอบสำนวนคดีเสียก่อน” พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์กล่าว