เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและผ่ายปกครอง จ.ฉะเชิเทรา สนธิกำลังตามจับกุม นักค้ายาบ้าภายในโรงงาน แล้วขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมขบวนการใหญ่ได้ผู้ต้องหาหลายราย รวมทั้งของกลางยาบ้าจำนวนมาก จนทราบตัวผู้ค้าส่งรายใหญ่ แต่เอเย่นต์ใหญ่ไหวตัวทัน...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ส.ค. 58 พ.อ.สุรินทร์ เจริญชีพ หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ พ.ต.ท.ไชยพศ พ่วงแพ หน.ชุดปฏิบัติการและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายจรัล หร่ายมณี ปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง นำกำลังเข้าจับกุม กลุ่มผู้เสพซึ่งเป็นพนักงานของโรงงาน บริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.9 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา กว่า 10 คน ซึ่งให้การซัดทอดและมีการล่อซื้อจนสามารถจับกุมผู้ต้องหา คือ นายศราวุธ หรือเค มาลัยรักษ์ ให้การรับสารภาพว่า ติดต่อซื้อยาบ้ามาจากนายกวาง ทราบภายหลัง คือ นายสุรเทพ รวมลาภ อายุ 27 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.พระอาจารย์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งย่านถนนสุวินทวงศ์ ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อนร่วมที่ทำงานเดียวกัน ครั้งละ 100 เม็ด ราคา 13,000 บาท จากนั้นนำไปขายให้แก่พนักงานในโรงงานในราคาเงินสดเม็ดละ 200 บาท เงินเชื่อเม็ดละ 230-250 บาท โดยเก็บเงินค่ายาช่วงเงินเดือนออก เจ้าหน้าที่จึงให้นายศราวุธ หรือ เค มาลัยรักษ์ ผู้ต้องหา ติดต่อนายสุรเทพ หรือกวาง รวมลาภ เพื่อขอซื้อยาบ้าจำนวน 100 เม็ด ในราคา 13,000 บาท และจ่ายค่ายาบ้าที่ค้างไว้ 3,000 บาท โดยนัดหมายกันที่บริเวณหน้าโรงงานที่ทำงานอยู่

ถึงเวลา นายสุรเทพ ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 กจ 2817 ฉะเชิงเทรา ออกมาจากโรงงานเพื่อนำยาบ้ามาส่ง เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 240 บาท สอบสวน นายสุรเทพ รับสารภาพว่า นำยาบ้ามาส่งให้นายศราวุธ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานกันจริง โดยรับยาบ้ามาจากนายหรั่ง และนางเรียม ทราบภายหลังคือนายปริญญา ศรีไผ่ อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.พระอาจารย์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และนางสาววิภาดา อ้นเต่า อายุ 24 ปี ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันและเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน ครั้งละ 100-200 เม็ด ราคาเม็ดละ 110 บาท ก่อนนำไปขายต่อราคาเม็ดละ 130 บาท โดยการสั่งซื้อยาบ้าแต่ละครั้งจะติดต่อกันทางเฟซบุ๊กเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงขยายผลทันที โดยให้นายสุรเทพ รวมลาภ หรือ กวาง ติดต่อกับ น.ส.วิภาดาหรือเรียม อ้นเต่า เพื่อซื้อยาบ้า จำนวน 100 เม็ด และนำเงินที่ค้างชำระค่ายาบ้าไปให้อีก 10,000 บาท โดยนัดหมายกันที่บ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว น.ส.วิภาดาฯ เอาไว้ได้ พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด และกำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งเข้าจับกุมนายปริญญา หรือหรั่ง ศรีไผ่ ได้ที่ร้านค้าบริเวณสี่แยกปากคลอง 22 ม.2 ต.พระอาจารย์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 1 กม.

จากการสอบสวนนายปริญญา ศรีไผ่ และ น.ส.วิภาดา อ้นเต่า สามีภรรยาให้การรับสารภาพสอดคล้องกันว่า นายปริญญา หรือหรั่ง สามี จะเป็นผู้ติดต่อซื้อยาบ้ามาจากนายบอล ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นักโทษในเรือนจำธัญญะบุรี จากนั้นให้ติดต่อกับนายเก่ง ทราบภายหลังคือ นายทัศนัย นิลเอี่ยม อายุ 30 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ครั้งละ 1 มัด หรือ 2,000 เม็ด ราคา 140,000 บาท จากนั้นจะนำยาบ้าแยกไปให้ลูกน้องเก็บรักษาเอาไว้ โดยแต่ละครั้ง น.ส.วิภาดา จะเป็นผู้สั่งขายยาบ้าและทำธุรกรรมทางการเงิน ขณะนี้ ยังมียาบ้าเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปจับกุมตัวนายมานะ หรือนี ตานี พร้อมของกลางยาบ้า 153 เม็ดและนายสิโรฒน์ หรือ ตอย วิบูลเจริญ ลูกน้องของ น.ส.วิภาดา พร้อมของกลางยาบ้า 300 เม็ด ได้ที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่ยังไม่ละความพยายาม เพื่อขยายผลจับกุมไปถึงต้นตอของขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าว จึงให้นายปริญญาติดต่อซื้อยาบ้า จำนวน 400 เม็ด จากนายทัศนัย พร้อมกับนำเงินจำนวน 95,000 บาท ที่ยังค้างชำระค่ายาบ้าไปจ่ายให้ด้วย โดยนัดหมายกันที่ ริมถนนสายตลาดสิบหก-ลำลูกกา ม.13 ต.ชุมพล อ.องครักษ์ จ.นครนายก ถึงเวลานัด นายอัฏฐพล หรือล้าน แซ่ลี้ อายุ 21 ปี ชาวบ้าน ม.15 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเทาดำ ทะเบียน กวค 224 ฉะเชิงเทรา นำยาบ้า 2 ถุง หรือ 400 เม็ด ไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด สอบสวนนายอัฏฐพลหรือล้าน แซ่ลี้ รับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งจากนายทัศนัย ให้นำยาบ้ามาส่งจริง ขณะนี้นายเก่ง นั่งดื่มเบียร์รอรับเงินจำนวน 95,000 บาท อยู่ที่บ้านพัก กำลังเจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไปเพื่อจับกุม แต่นายทัศนัยหรือเก่ง นิลเอี่ยม ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงขวดเบียร์ที่ดื่มพร่องไปเล็กน้อย 1 ขวดเท่านั้น

พ.ต.ท.ไชยพศ พ่วงแพ หน.ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย รวมทั้งร้องทุกข์กล่าวโทษนายทัศนัย หรือเก่ง นิลเอี่ยม เพื่อให้พนักงานสอบสวน ออกหมายจับกุมตัวต่อไป ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ต้องแข่งขันกับเวลาที่มีอำนาจการควบคุมผู้ต้องหาได้ 72 ชั่วโมง เริ่มจากการจับกุมกลุ่มผู้เสพซึ่งเป็นพนักงานที่ทำงานในโรงงาน กว่า 10 คน จากนั้นสอบสวนและแยกกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพออกจากกัน โดยผู้เสพนำเข้าสู่โครงการบำบัดรักษาในฐานะผู้ป่วย ส่วนผู้จำหน่ายได้สอบสวนหาข้อมูลที่มาของยาบ้าแล้วรีบขยายผล จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาได้หลายคนพร้อมของกลางยาบ้าจำนวนหนึ่ง

จากการขยายผลจับกุมพบว่า ขบวนการค้ายาบ้ายังมีอยู่ในหลายโรงงาน มีการขายให้แบบจ่ายเงินสดและให้เครดิตตอนเงินเดือนหรือเงินวีคออก โดยเฉพาะยังมีการติดต่อซื้อขายยาบ้ากันระหว่างนักโทษในเรือนจำกับเครือข่าย ที่อยู่ภายนอก ซึ่งทำกันมานานแล้ว การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมแบบยกพวง และจะดำเนินการกวดขันปราบปรามการค้ายาเสพติดภายในโรงงานเชื่อว่ายังมีอีกหลายสถานประกอบการ.

...