อดีตอนุศาสนาจารย์ สำนักงานกำลังพล ตร. แจ้งตำรวจกองปราบฯดำเนินคดีกับทนายความใช้ นส.3 ปลอมเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวลูกความ เรื่องแดงหลังจำเลยหนีประกัน กรมบังคับคดียึดหลักทรัพย์ขายทอดตลาด เจ้าตัวประมูลซื้อได้ พอจ่ายเงินเสร็จสรรพไปโอนกรรมสิทธิ์จึงรู้ว่าไม่มีที่ดิน คาดทำเป็นขบวนการใหญ่
ที่ บก.ป. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ส.ค. พ.ต.อ.ณัฎฐ์พัชร์ โฆษิตเลิศ อดีตอนุศาสนาจารย์ กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.เฉลิมพร ลาสอน พงส.กก.3 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับนายนุรักษ์ สิมสวัสดิ์ หรือนายนุรักษ์ ลิมสวัสดิ์ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม
พ.ต.อ.ณัฎฐ์พัชร์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 48 ตนประมูลซื้อที่ดิน น.ส.3 ในพื้นที่หมู่ 2 ต.นาอ้อ อ.เมืองเลย จำนวน 50 ไร่ ในราคา 610,000 บาท จากกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นที่ดินของนายนุรักษ์ อาชีพทนายความ ใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว น.ส.รัศมี ลายลวด ต่อศาลจังหวัดเลย ในคดียักยอกทรัพย์ ภายหลังจำเลยหนีคดี กรมบังคับคดีจึงยึดหลักทรัพย์ที่ดินดังกล่าวขายทอดตลาด ทั้งนี้ก่อนชำระเงินได้ตรวจสอบพบมีที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่จริง จึงดำเนินการซื้อขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อไปโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน จ.เลย เจ้าหน้าที่กรมที่ดินกลับตรวจสอบไม่พบที่ดินผืนดังกล่าว สอบถามไปยังกรมบังคับคดีก็ไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน จึงตัดสินใจยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรมต่อศาลจังหวัดเลย โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้เพิกถอนการซื้อ-ขายและให้คืนเงิน แต่ภายหลังศาลฎีกากลับคำพิพากษา โดยพิพากษาว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของผู้ซื้อที่ไม่ตรวจสอบทรัพย์ก่อนการประมูลจึงให้ยกฟ้อง จากนั้นตนจึงยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรมต่อศาลแพ่งอีกครั้ง เพื่อให้เพิกถอนการขายและขอเงินคืน ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
...
“พฤติกรรมลักษณะนี้มีการทำเป็นขบวนการ โดยให้นายประกันยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวจำเลยในช่วงที่เวลาใกล้ปิดทำการของศาล การตรวจสอบต่างๆจะทำได้ยากลำบากขึ้น สุดท้ายจำเลยสามารถได้ประกันตัวและหลบหนีคดี ศาลจึงยึดหลักทรัพย์ที่ดินที่นำมาค้ำประกันไว้ ก่อนส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีขายทอดตลาด โดยที่ไม่รู้ว่ามีที่ดินจริงหรือไม่ เชื่อว่ายังมีอีกหลายรายที่ก่อเหตุในลักษณะนี้ ขอให้ตำรวจกองปราบฯ สืบสวนนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี” พ.ต.อ.ณัฎฐ์พัชร์กล่าว
เบื้องต้น ร.ต.ท.เฉลิมพรรับเรื่องไว้พร้อมสอบปากคำผู้เสียหายและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน