โฆษกตร.เผย ผิด‘ลักทรัพย์’ ปมตายไม่คืบ

“ประวุฒิ ถาวรศิริ” ผู้ช่วย ผบ.ตร. ระบุออกหมายจับผู้ต้องหาในส่วน ของการรับโอนหุ้นไม่ต่ำกว่า 2 รายแน่ แต่ยังกำหนดเวลาไม่ได้ ขึ้นอยู่ กับความพร้อมของพยานหลักฐาน มอบหมายให้ตำรวจ บก.ปอท.หาข้อพิรุธจากข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยึดจากบริษัทหลักทรัพย์ ขณะที่ตำรวจ นครบาลเร่งรวบรวมหลักฐานส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเพิ่ม ยังไม่สามารถชี้ชัดสาเหตุการตายของ “เสี่ยจืด-ชูวงษ์”

คดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือ “เสี่ยจืด” นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ตกเป็นผู้ต้องหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ภายหลังญาติผู้เสียชีวิตเดินทางเข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดี เนื่องจากพบเอกสารที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้หญิงสาว 2 ราย มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ถูกแก้ไขบางส่วน กระทั่งตำรวจกองปราบฯที่รับผิดชอบตรวจสอบหลักฐานการโอนหุ้นเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างเร่งสรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ส.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. เปิดเผยหลังนำกำลังเข้าตรวจค้น บล. เออีซี จก. (มหาชน) ชั้น 17 อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ ถนนวิทยุ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่าเบื้องต้นนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ด้านการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง รวมทั้งตรวจยึดคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบ โดยมอบหมายให้ตำรวจบก.ปอท. ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์เน้นเรื่องบันทึกการทำธุรกรรมต่างๆและข้อมูลบทสนทนาระหว่างโบรกเกอร์กับนายชูวงษ์ที่บริษัทเก็บบันทึกการสนทนาไว้ในกำหนดเวลา 90 วัน ตามกฎระเบียบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับการออกหมายจับนั้นยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะสามารถออกหมายจับเมื่อใด ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

...

“จากการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์การโอนหุ้นดังกล่าวพบลายเซ็นเป็นของนายชูวงษ์จริง แต่รายละเอียดในเอกสารพบมีการแก้ไขสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องวันที่ จำนวนหุ้น ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าผู้เสียชีวิตรับทราบการแก้ไขดังกล่าว เชื่อเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 2 ส่วน ประกอบด้วยผู้ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์หุ้นและผู้รับโอนหุ้น ตำรวจกองปราบฯอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขออนุมัติจับกุมผู้เกี่ยวข้องจำนวน 2-3 รายในส่วนการรับโอนหุ้นและอาจพบพยานหลักฐานบางอย่างที่สามารถขออนุมัติจับกุมผู้ปลอมแปลงเอกสารด้วย” พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.บรรยินชี้แจงที่มาที่ไปของพอร์ตหุ้นตัวที่เป็นปัญหาว่า เกิดจากการระดมเงินทุนของกลุ่มเพื่อนที่เรียนหลักสูตร วปอ. เมื่อครั้งที่นายชูวงษ์มีชีวิต โดยวางแผนระดมเงินทุนเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อพรรคชูชาติไทย ที่มีนายชูวงษ์เป็นหัวหน้าพรรค ขั้นแรกตั้งเป้าระดมเงินในวงเงิน 5,000 ล้านบาท แต่อยู่ระหว่างดำเนินการจึงทำให้มีวงเงินในพอร์ต 500 ล้านบาท ซึ่งพอร์ตทั้งหมดจัดทำในรูปแบบของคณะกรรมการใช้ชื่อ

ผู้ตายเป็นเจ้าของ แต่มี พ.ต.ท.บรรยินเป็นผู้บริหารทำหน้าที่ออกคำสั่งซื้อ-ขายหุ้นทั้งหมด ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่เอกสารอาจถูกแก้ไขหลังการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ โดยผู้ตายอาจเซ็นเอกสารไว้ก่อนแต่คนละวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับผลตรวจเอกสารว่าลายเซ็นโอนหุ้นเป็นของนายชูวงษ์จริง แต่มีร่องรอยการแก้ไขหลายจุดโดยใช้น้ำยาแบบพิเศษ หากมองด้วยตาเปล่าจะไม่พบร่องรอยแก้ไข เมื่อตรวจสอบทางเทคนิคพบว่าร่องรอยที่ถูกลบทิ้งแก้ไขจาก “การจำนำหุ้น” เป็น “การโอนหุ้น” อีกทั้งมีข้อมูลว่า พ.ต.ท.บรรยิน มีความสัมพันธ์สนิทสนมกับเพื่อนที่เรียนหลักสูตรสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 20 ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการตลาดหลักทรัพย์หลายราย ประเด็นนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความชัดเจน

พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.เผยกรณีการตรวจสอบหาสาเหตุการตายในคดีนี้ว่าขณะนี้คณะกรรมการฝ่ายสอบสวนตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมหลักฐานส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเพิ่ม ในเรื่องของความยืดหยุ่นและลักษณะรถคันเกิดเหตุ รวมทั้งการทำงานของเข็มขัดนิรภัยเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งหมดใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือไม่ ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการฝ่ายสอบสวนอีกครั้ง