ซุ่มจับคาหนังคาเขาเดนคุกจอมโจรงัดรถโจรกรรมทรัพย์สิน ขณะก่อเหตุในลานจอดรถห้างโลตัส อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ขยายผล ค้นบ้านกับห้องพักอพาร์ตเมนต์พบของกลางทรัพย์สินผู้เสียหายจำนวนมาก สารภาพตระเวนก่อเหตุมาแล้วทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 70 ครั้ง ออกล่าเหยื่อช่วงบ่ายถึงค่ำ ใช้ไขควงงัดกระจกรถจนแตกก่อนเข้าไปคว้าทรัพย์สินเผ่นหนี เคยถูกจับติดคุกมาแล้ว 2 ครั้งไม่เข็ด พ้นโทษออกมาก่อเหตุซ้ำอีกจนพลาดท่าถูกจับกุมยัดเข้าตะรางอีกรอบ

ตำรวจลากคอเดนคุกโจรงัดรถรายนี้เปิดเผยที่ บช.ภ.1 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 ส.ค. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสานนาม ผกก.สภ.บางกรวย ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายสมพิศ หรือแสน ทองมาก อายุ 36 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหางัดรถโจรกรรมทรัพย์สิน พร้อมของกลางรถเก๋งโปรตอน สีเทา ทะเบียน กบ 9820 ชลบุรี รถ จยย. 2 คัน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 4 เรือน กระเป๋าถือสตรี 15 ใบ พระเครื่อง 30 องค์ กล้องถ่ายรูป 1 ตัว อุปกรณ์งัดแงะ และทรัพย์สินอื่นๆ อีกกว่า 50 รายการ

พล.ต.ท.อำนวยเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เกิดเหตุคนร้ายใช้ไขควงงัดกระจกยนต์จนแตกแล้วลักทรัพย์สินในรถ ชุดสืบสวนวางแผนจับกุมคนร้ายโดยดักซุ่มตามลานจอดรถห้างสรรพสินค้าและจุดเสี่ยงที่คาดว่าคนร้ายจะลงมือก่อเหตุ จนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ส.ค. ขณะที่ พ.ต.ท.ธรรศกร ก้อนทอง รอง ผกก.สส.สภ.บางกรวย พร้อมกำลังชุดสืบสวนดักซุ่มอยู่บริเวณลานจอดรถห้างเทสโก้ โลตัส สาขาถนนนครอินทร์ ต.บางสีทอง อ.บางกรวย พบนายสมพิศ ผู้ต้องหารายนี้กำลังใช้ไขควงงัดรถยนต์อยู่ จึงเข้าชาร์จจับกุมไว้ได้

...

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า เคยก่อเหตุงัดกระจกรถยนต์แล้วลักเอาทรัพย์สินในรถมาแล้วประมาณ 70 ครั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และปริมณฑล โดยลงมือช่วงเวลา 15.00-22.00 น.เพราะเป็นเวลาที่เจ้าของรถมาจอดริมถนนเพื่อกินข้าวหรือทำธุระ และมักจะทิ้งทรัพย์สินไว้ในรถ ตนจะใช้ทั้งรถ จยย. และรถเก๋งขับสลับออกตระเวนหาเหยื่อเพื่อไม่ให้มีคนจดจำได้ เมื่อพบรถเป้าหมายแล้วจะเข้าไปสังเกตดูทรัพย์สินภายในรถ หากมีทรัพย์สินวางอยู่จะใช้ไขควงแทงที่ขอบกระจกด้านคนขับจนแตกแล้วหยิบเอาทรัพย์สินหลบหนีไป ใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที

ต่อมาตำรวจเดินทางไปตรวจค้นที่บ้านเลขที่661 หมู่บ้านวิเศษสุข ซอยประชาอุทิศ 79 แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ เป็นบ้านเดี่ยวราคากว่า 3 ล้านบาทที่นายสมพิศซื้อไว้ จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นไปตรวจค้นที่ซีวีเอสแมนชั่น อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ที่นายสมพิศ เช่าห้องพักไว้เก็บทรัพย์สินที่ก่อเหตุมา จึงยึดไว้เป็นของกลางนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี จากการตรวจสอบประวัตินายสมพิศพบว่าเคยถูกจับกุมคดีงัดรถยนต์เมื่อปี 52 หลังพ้นโทษออกมาก็ก่อเหตุอีกจนถูกตำรวจ สน.ตลิ่งชันจับกุม

เมื่อปี 54 และพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่เข็ดหลาบหวนกลับมาก่อเหตุแบบเดิมอีกจนถูกจับกุมอีกจนได้ ทั้งนี้ขณะแถลงข่าวตำรวจไม่ได้นำนายสมพิศมาร่วมแถลงเนื่องจากนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว