เวลา 13.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 58 ที่ร้านอาหารเพลินตา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้ประกอบการเรือประมงอวนล้อมปลากะตัก จ.ระยอง รวม 30 คน ร่วมกันปรึกษาหารือเกี่ยวกับกฎหมายใช้ ม.44 ยึดเรือทำลายตามคำสั่งของ คสช.นั้น

นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น ประธานกลุ่มอวนล้อมปลากะตักแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในขณะนี้สถานการณ์ผู้ประกอบการประมงเดือดร้อนกันอย่างมาก ถึงวันนี้ก็ 40 กว่าวันแล้วที่ไม่ได้ออกเรือชาวประมง ทุกๆ วันก็รอว่าทางรัฐบาลจะมีการช่วยเหลืออย่างไร และเมื่อวานนี้ได้มีคำสั่ง คสช.ออกมาว่าเหมือนปิดกั้นคนทำให้ทำงานไม่ถูก งง และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ก็ได้แต่ขอความเห็นใจจากรัฐบาลให้ทบทวน ในคำสั่งดังกล่าวด้วย

ด้าน นายสมเกียรติ สมรรถการ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ชาวประมงอวนล้อม ปลากะตัก อวนลุน อวนลาก แห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า มาตรการล่าสุดของ คสช. ตามประกาศ ม.44 ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 5 ส.ค. 58 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 58 นั้น จากคำสั่งดังกล่าวนั้นได้ทำความเดือดร้อน และความวิตกกังวลให้กับชาวประมงส่วนใหญ่ของประเทศเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ คสช.เคยออกคำสั่งเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของ ไอยูยูมาแล้ว แต่วันนี้ทาง คสช.อ้างเหตุการณ์อนุรักษ์ทรัพยากรประมง มาออกคำสั่งเพิ่มเติม โดยอ้างค่าการผลิตสูงสุด หรือ ค่าเอ็มเอสวาย มาเป็นตัวกำหนดและก็ออกมาตรการโดยไม่ได้สอบถามชาวประมงหรือไม่ได้มองย้อนไป ถึงระบบการทำประมงภายในประเทศไทยได้ทำความเดือดร้อนให้กับชาวประมงอย่างยิ่ง สุดท้ายแล้วไม่เพียงแต่ว่ากลุ่มการประมงก็ยังจะผิดการมีเครื่องมือไว้ในความครอบครองก็ผิดด้วย

...


ที่ปรึกษาสมาพันธ์ชาวประมงอวนล้อมฯ กล่าวต่อว่า ตามหลักการแล้วไม่มีรัฐใดๆ ในโลกทำแบบนี้ เพราะว่าการกระทำมาตรการใดๆ ที่ออกมาใช้กลุ่มอาชีพใดก็ตาม จะต้องคำนึงถึงมาตรการนั้นไปทำความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพนั้นๆ รัฐจะต้องเตรียมการเยียวยาไว้พร้อมกับการบังคับใช้มาตรการทันที ไม่ใช่ให้รอจนประชาชนเดือดร้อนก่อน และโดยข้อเท็จจริงในขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนมากว่าจะ 2 เดือนแล้ว และจะต้องเดือดร้อนอีกโดยไม่รู้อนาคตของตนเองว่า จะแก้ปัญหาให้กับตัวเองอย่างไร รัฐจะช่วยเหลืออย่างไร ในวันนี้ชาวประมงก็คงตอบได้อย่างเดียวว่า ชาวประมงก็ต้องพยายามดิ้นรนต่อสู้ เพราะว่าการหยุดประกอบอาชีพนั้นแม้เพียงวันเดียว ก็เดือดร้อนเราไม่สามารถที่จะตอบแทนได้

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณแพปลาต่างๆ ในเขต ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ยังเงียบเหงา ลูกเรือประมงบางส่วนกลับบ้านไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิต กิน อยู่ หลับนอน อาศัยอยู่ในเรือเหมือนเดิม ต่างก็รอว่าเรือจะออกทำประมงได้เมื่อไร ทางผู้ประกอบการเจ้าของเรือ ก็ยังไม่ได้พูดอะไร รอทางรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.