ตำรวจล้มละลายและถูกปลดออกจากราชการที่อุดรธานีประกาศสู้ โดยไปยื่นขอประนอมหนี้ แสดงเจตนาขอผ่อนชำระ หวังว่าศาลจะปรานีเพิกถอนคำสั่ง พร้อมยื่นฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรม ครวญเหมือนถูกหลอก ผู้บังคับบัญชาบอกจะช่วยแต่สุดท้ายถูกปลด... 

จากปัญหาหนี้สินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ.4 นำมาซึ่งการปลดข้าราชการตำรวจ 5 นาย ในสังกัด บก.ภ.จว.อุดรธานี ต่อมาเมื่อตอนเช้าวันที่ 7 ส.ค. 58 ที่ สภ.เมืองอุดรธานี ด.ต.ธนกฤต หรือประทีป ภักดีผล ผบ.หมู่ ผช.พงส.สภ.เมืองอุดรธานี 1 ใน 5 ตำรวจสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ที่ถูกคำสั่งปลดออกจากราชการ เพื่อรับเบี้ยบำเหน็จบำนาญ หลังจากศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลล้มละลายจากการกู้เงินของธนาคารออมสิน เดินทางมาในชุดพลเรือนทั่วไป เพื่อเซ็นรับทราบคำสั่งให้ออกจากราชการ ช่วงแรกปฏิเสธที่จะพูดคุยกับผู้สื่อข่าว แต่เมื่อพบกับผู้สื่อข่าวที่คุ้นเคยกัน จึงยอมคุยด้วย

ทั้งนี้ ด.ต.ธนกฤต เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้เดินทางไปที่กรมบังคับคดีที่ กรุงเทพฯ กับเพื่อนตำรวจอีกคนที่ถูกฟ้องล้มละลาย เพื่อยื่นเรื่องของประนอมหนี้ หลังศาลมีคำสั่งให้ล้มละลาย โดยแสดงเจตนาจะชำระหนี้เต็มคือคนละ 1,200,000 บาท แต่จะเป็นการชำระก่อน 50 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือหักจากเงินบำนาญ 30 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเหลือเงินเพื่อใช้จ่าย 70 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 23,000 บาทต่อเดือน หวังว่าจะได้รับความกรุณาจากศาลเพิกถอนคำสั่งล้มละลาย คาดว่าอีกประมาณ 1 เดือน น่าจะรู้เรื่อง

“ผมยังต้องต่อสู้เรื่องหน้าที่การงาน วันนี้มาเซ็นรับทราบคำสั่งออกราชการ วันจันทร์จะยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ให้ออกจากราชการ เพราะเราไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมไปถึงการเตรียมฟ้องศาลปกครอง เพื่อกลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง ระหว่างนี้จะใช้เวลาเรียนกฎหมายต่อ หากไม่ได้กลับมารับราชการ ก็จะไปเป็นทนายความ หรือที่ปรึกษากฎหมาย”

...

ด.ต.ธนกฤต กล่าวอีกว่า ผู้บังคับบัญชารับปากว่าจะเอาเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ไปโปะหนี้ของธนาคารออมสิน แล้วจึงผ่อนชำระสหกรณ์อีกที เราจึงมีความหวังและมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาได้ จึงไม่ได้ไปหาช่องทางอื่น แต่ถึงที่สุดไม่ได้เป็นอย่างที่รับปาก และเพิกเฉย เหมือนกับเราถูกหลอก และยังมามีคำสั่งให้ออกจากราชการ โดยไม่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ทำให้ต้องร้องขอความเป็นธรรมต่อไป

ขณะที่ตำรวจยศ ด.ต.อีกนาย สังกัด สภ.เมืองอุดรธานี ที่อยู่ในกลุ่มตำรวจล้มละลาย แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งให้ล้มละลาย เปิดเผยว่า ราว 4-5 ปีก่อนได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน มาใช้หนี้สิน และซ่อมแซมปรับปรุงบ้านจำนวน 1 ล้านบาท โดยมีเพื่อนตำรวจค้ำประกันกลุ่ม 3 คน แต่ละคนกู้คนละ 1 ล้านบาทเท่ากัน ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผ่อนชำระเดือนละ 9,200 บาท แต่มีเพียงคนเดียวมีปัญหาไม่ผ่อน ซึ่งตนกับเพื่อนตำรวจที่ผ่อนชำระ พยายามติดตามเพื่อนที่มีปัญหา พาไปเจรจากับธนาคารฯ แต่ไม่เป็นผล จนธนาคารฟ้องแพ่งและฟ้องล้มละลาย เอาหมายศาลไปติดที่บ้าน ลูกเรียนอยู่ ป.5  มาถามเรื่องเขาจะยึดบ้าน จึงไปปรึกษากับธนาคารฯ และเดินทางไปที่กรมบังคับคดี ได้รับคำแนะนำให้ไปหาหยิบยืมเงินมา 350,000 บาท เอาไปวางไว้กับธนาคาร เพื่อขอเลิกค้ำประกันเพื่อนตำรวจคนนี้ ขณะนี้รอการตัดสินใจของธนาคารออมสินในส่วนกลาง ขณะที่เพื่อนตำรวจอีกคนที่ผ่อนชำระอยู่ ไม่ได้ไปเดินเรื่องต่อ ทำให้ศาลมีคำสั่งล้มละลายเช่นกัน


ด้าน พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า ตำรวจอุดรธานีมีหนี้สินมากที่สุดใน 12 จังหวัดของภาค 4 ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นประธานแก้ไขปัญหา ทำให้ปัญหาลดลงไปมาก ทั้งกลุ่มที่เริ่มขาดผ่อน กลุ่มขาดผ่อนมานาน และกลุ่มที่ถูกฟ้อง ซึ่งต้องแก้ไขกันต่อไป


"เมื่อศาลมีคำสั่งให้ตำรวจที่เป็นหนี้ล้มละลาย ทำให้ตำรวจนายนั้นขาดคุณสมบัติ จึงต้องมีคำสั่งให้ออกจากราชการ แต่หากตำรวจนายใดไปแก้ไขปัญหาหนี้สินจนหมด จนศาลถอนคำสั่งล้มละลาย หากจะกลับเข้ารับราชการอีกก็เป็นอำนาจการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าว.