ไลฟ์สไตล์
100 year

โจรใต้ระเบิด พลทหารดับ 2 ผู้หญิงซ้อนจยย. ก็ตามยิงบาดเจ็บ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
7 ส.ค. 2558 08:18 น.
SHARE

โจรใต้ซุกระเบิดแสวงเครื่องหนัก 25 กก. บริเวณหลักกิโลเมตรริมถนนเพชรเกษมในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทหารลาดตระเวนเส้นทางดูแลความปลอดภัยให้กับคณะครูและนักเรียนผ่านมาพอดี สบโอกาสกดชนวนระเบิดบึมถล่ม พลทหารพลีชีพ 2 ศพ บาดเจ็บอีก 2 นาย หญิงสาวชาวบ้านขี่รถ จยย.ผ่านมาเจ็บอีกคน รวมเจ็บทั้งสิ้น 3 คน อีกรายประกบหญิงสาวชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ พาลูกชายวัย 8 ขวบ กับญาตินั่งซ้อนท้ายรถ จยย.จะไปธุระ ระหว่างทางถูกยิงปางตาย 2 คน ด้าน มท.1 ลงพื้นที่ ประชุมเครียดหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อรับทราบปัญหา

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังมีเหตุรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 6 ส.ค. ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ เกื้อมณี พนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดถล่มเจ้าหน้าที่ทหาร มีผู้บาดเจ็บหลายคน บนถนนเพชรเกษม สายนราธิวาส-ปัตตานี บ้านส้มป่อย หมู่ 4 ต.กาเยาะมาตี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก. นำกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมทั้ง ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เดินทางไปตรวจสอบ

ข่าวแนะนำ

ที่เกิดเหตุริมถนนบริเวณหลักกิโลเมตรพบหลุมระเบิด แรงระเบิดทำให้หลักกิโลเมตรพังยับ ชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องประกอบในถังแก๊สปิกนิกหนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารกระจายเกลื่อนพื้นถนน ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถกระบะโตโยต้าตอนเดียว สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดป้ายทะเบียน กระบะหลังต่อเติมติดตั้งโครงเหล็กมีหลังคาจอดเสียหลัก ยางล้อหลังด้านซ้ายแตก ตัวถังถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน และมีรอยเลือดเปรอะรถจำนวนมาก

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 5 คน ถูกนำส่ง รพ.บาเจาะ ก่อนแล้วเสียชีวิตต่อมา 2 ศพทราบชื่อคือพลทหารกิตติพงษ์ บุตรศรีผา อายุ 23 ปี กับพลทหารพัสกร บุญมาพร อายุ 22 ปี สังกัดร้อยปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 32 ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ พ.จ.อ.ชาติชาย ทบศรี อายุ 40 ปี พลทหารนิรุตน์ คุ้มพงษ์ อายุ 22 ปี สังกัดเดียวกัน ทั้งสองอาการสาหัส โดยในส่วนของ พ.จ.อ.ชาติชาย ถูกนำตัวส่งต่อโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยัง รพ.สุไหงโก-ลก ขณะที่พลทหารกิตติพงษ์ ถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนเป็นชาวบ้านคือนางตีเกาะ สนิ มีอาการช้ำใน แพทย์ปฐมพยาบาลแล้วให้กลับบ้านได้

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.จ.อ.ชาติชาย หัวหน้าชุด นำกำลังทหารรวม 8 นาย นั่งรถกระบะออกจากฐานลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางเพื่อ รปภ.คณะครูโรงเรียน ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ลอบนำซุกไว้บริเวณหลักกิโลเมตรริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถกระบะของเจ้าหน้าที่ผ่านมาพอดี ส่งผลให้ทหารที่นั่งอยู่กระบะหลังถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนนางตีเกาะชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี แรงระเบิดทำให้เกิดอาการช้ำใน

หลังเกิดเหตุ น.ท.ชิดพงษ์ พุ่มแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 นำกำลังทหาร 30 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่บ้านปะลุกา หมู่ 5 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ เป็นเขตติดต่อกับจุดเกิดเหตุ โดยคาดว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นสมาชิกแนวร่วมกลุ่มนายรอมมือลี แกนนำระดับสั่งการในพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ผลการตรวจค้นไม่พบกลุ่มคนร้ายแต่อย่างใด แต่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน มาสอบสวนและทำประวัติไว้ หากไม่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะปล่อยตัวกลับไป

อีกรายเที่ยงวันเดียวกัน ร.ต.ท.ดาวยศ เกยุระ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุยิงกันบาดเจ็บ บนถนนในหมู่บ้านบือแนนากอ หมู่ 6 ต.มะนังตายอ จึงนำกำลังตำรวจ ทหาร เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุริมถนนพบรอยเลือด กับปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก ส่วนผู้บาดเจ็บมี 2 คน ถูกนำส่ง รพ.ศรีสาคร ก่อนแล้วทราบชื่อนางชนนิกานต์ แดงน้อย อายุ 35 ปี ถูกยิงเข้าหน้าอก 1 นัด อาการสาหัส กับ น.ส.บุญตา แดงน้อย อายุ 38 ปี ญาติกัน ถูกยิงเข้าขาขวา 1 นัด สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางชนนิกานต์ ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีแดง ทะเบียน ขหน 395 นราธิวาส โดยมีลูกชายวัย 8 ขวบ กับ น.ส.บุญตา ญาตินั่งซ้อนท้ายจะไปธุระที่ อ.รือเสาะ ถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้าย 2 คน นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ขี่แซงประกบแล้วชักปืนจ่อยิงปางตายดังกล่าว ส่วนลูกชายรอดหวุดหวิด คาดกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์

ส่วนที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) สายวันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยมี พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ และคณะเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดยะลา ประชุมร่วมผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อรับฟังการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา พร้อมมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน หลังประชุม พล.อ.อนุพงษ์เผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เดิมเป็นกำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ท่านอยากจะมา แต่ติดภารกิจในหลายงาน ทำให้ไม่มีเวลา จึงมอบให้ตนมาแทน

รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางที่จะไปมอบต่อข้าราชการในพื้นที่นั้น เป็นไปตามนโยบาย 7 ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่มีอยู่ ก็จะมารับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการในพื้นที่ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ดำเนินการอยู่ เราจะไม่ไปก้าวก่ายทั้งสิ้น เพียงแค่มารับฟังข้อมูล และให้ความคิดเห็นเท่านั้น ถือว่ามาติดตามงานที่นายกฯมอบหมาย ในฐานะตัวแทนรัฐบาล รวมถึงจะขอพูดคุยกับฝ่ายปกครอง คือนายอำเภอ มีบทบาทในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ที่จะต้องบูรณาการทั้งงานพัฒนา และความมั่นคง

“ผมจะพูดคุยถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น การดำเนินการเป็นอย่างไร ขณะที่การประเมิน ผมอยากรู้ว่าสิ่งที่ทำไปออกมาเป็นอย่างไร ด้านกำลังพลอาสาสมัครรักษาดินแดน และชุดคุ้มครองตำบลที่รับผลกระทบจากความไม่สงบจนได้รับบาดเจ็บ ก็จะไปพูดคุยด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันละเอียดอ่อน ผมไม่ขอพูดดีกว่า จะขอคุยกับผู้ปฏิบัติเขาโดยตรง หากพูดออกไปแล้วอาจเกิดเป็นประเด็นส่งผลให้เกิดการชี้เป้าได้” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ขณะที่นายวิษณุ รัตนหิรัญ กับนายปราโมทย์ เพ็งจันทร์ ในฐานะเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติ ชาว อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พากันออกเดินเท้าจาก อ.สายบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยนายวิษณุได้เขียนจดหมายด้วยลายมือ ระบุวัตถุประสงค์ในการเดินเท้าครั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติ 12 สิงหาคมมหาราชินี และเดินให้แก่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกับเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำรังแก พร้อมทั้งจะเข้าพบนายกฯเพื่อนำเอาน้ำตา ความอดสู ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของชาวพุทธที่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมามอบให้แก่นายกฯ ได้พิจารณาให้ความเมตตาชาวไทยพุทธในพื้นที่ด้วย

ด้านพระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในฐานะเลขานุการคณะทำงานพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เผยว่า จากกรณีพระพยอม สุขตรี พระลูกวัดนิมนวัฒนา อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ได้มรณภาพจากเหตุระเบิดขณะออกรับบิณฑบาตนั้น พระธรรมทูตอาสาฯได้ร่วมบำเพ็ญกุศลศพ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ชาวพุทธในพื้นที่ ที่สำคัญพระธรรมทูตอาสาฯจะทำงานร่วมกับเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ รวบรวมสมาชิกในการออกเยี่ยมให้กำลังใจช่วยเหลือชาวพุทธ และสมาชิกเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในพื้นที่ เพื่อสร้างสันติภาพ และคัดค้านการกระทำที่ก่อให้เกิดความรุนแรงทุกชนิด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โจรใต้ระเบิดแสวงเครื่องนราธิวาสทหารลาดตระเวนคณะครูและนักเรียนบาเจาะไทยรัฐฉบับพิมพ์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 22:23 น.