คณะกรรมการกองสลากฯ เปิดเวทีรับฟังโคราช เดินหน้าจัดระเบียบราคา เผย เตรียมชงเพิ่มโควตาให้มากกว่า จ.เลย คนละ 10 เล่ม ระบุ ขายในปั๊ม ปตท.-บางจาก ฟรี ขณะที่ยังมีการแอบขายเกินราคาของผู้ค้าเร่ อ้าง คนซื้อยอมซื้อ โดยเฉพาะเลขมงคล…
เมื่อช่วงสายของวันที่ 5 ส.ค. 58 ที่โรงแรมดุสิตปรินส์เซส โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และ พ.ท.หนุน ศันสนาคม กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสลากฯพร้อมด้วย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ลงพื้นที่ โดยมี พล.ต.ณัฐชนก ศิริภีปตานนท์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 ฝ่ายความมั่นคง ทภ.2 นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดฯ ร่วมกันลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนจำหน่าย ประชาชนผู้ซื้อและสำรวจราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล เกี่ยวกับการจำหน่ายสลากฯตามราคาที่กฎหมายกำหนด ในพื้นที่ อ.เมืองฯ
โดยมีผู้ค้าสลากฯ เข้าร่วมกว่า 80 คน รวมทั้งผู้ค้าในกลุ่มของคนพิการ โดยทั้งจังหวัดมียอดจำนวนเล่มรวมกว่า 6,000 เล่ม ทั้งสัดส่วนของ ผวจ.คลังจังหวัด และสมาคมคนพิการจังหวัดฯ พร้อมทั้งได้ร่วมกัน ลงพื้นที่ย่านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลใหญ่ที่สุดของ จ.นครราชสีมา บริเวณด้านหลังประตูชุมพล พบปะกับผู้ค้าสลากฯ รายย่อย รายใหญ่ และประชาชนที่ซื้อสลากฯ สอบถาม แผงจำหน่ายและการซื้อของประชาชน พร้อมรับเรื่องปัญหา รับเรื่องการร้องเรียน และรับเรื่องการขอความการช่วยเหลือ และความต้องการของทั้งผู้ค้ารายย่อยและผู้ซื้อสลากฯ เกี่ยวกับเบาะแสการจำหน่ายสลากฯ เกินราคาอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนจำหน่ายประชาชนผู้ซื้อ และสำรวจราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เนื่องจากเห็นว่า จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดใหญ่และได้รับโควตาสลากฯค่อนข้างมาก และคาดหวังว่าการจำหน่ายสลากฯ จะต้องเป็นไปตามราคาที่กฎหมายกำหนด และมีความยั่งยืนในระยะยาว จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้ทั้งตัวแทนจำหน่ายที่แท้จริงและความสุขของประชาชนโดยรวม
...
อีกทั้ง การลงสำรวจราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล กลุ่มเป้าหมายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปรากฏว่ามีตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีประชาชนแจ้งมายังศูนย์รับแจ้งข้อมูลข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ (Call Center) โทร. 0 2345 1466 พบว่า ยังมีการจำหน่ายสลากเกินราคาอยู่บางพื้นที่ เราจึงได้ส่งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว และอีกทางหนึ่งเราได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นสำรวจราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล และเก็บข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายและประชาชนผู้ซื้อสลากในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเริ่มจากภาคใต้ พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 5-6 ก.ค.58 ภาคกลางพื้นที่ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 58 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 ที่ผ่านมา
โดยภาพรวมแล้วทางจังหวัดมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน กับตัวแทนจำหน่ายว่าควรเพิ่มปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาสลากฯ เกินราคาได้ โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวมารวบรวมวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามแผน ROAD MAP ในระยะที่ 2 การกำหนดทิศทางการจัดสรรสลาก เนื่องจากจะมีสลากฯหมดสัญญาในเดือนธันวาคม 2558 ที่จะถึงนี้
ด้าน ผช.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การสอบถามข้อมูลมาจากหลายจังหวัดและที่เลือก จ.นครราชสีมา เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ในภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งข้อมูลที่ได้ตอนนี้ทั่วทั้งประเทศส่งมาหรือกันคือ ผู้ค้ารายย่อยต้องการได้จำนวนสลากฯมากขึ้น ซึ่งเดิมมีการให้จำนวนแค่ 5 เล่ม และมีผู้ที่ยังไม่ได้โควตาอีกมาก ฉะนั้นทางสำนักงานสลากฯ กำลังพิจารณาที่จะเสนอ ต่อคณะกรรมการฯ ที่จะประชุมวันที่ 10 ส.ค. หรือสัปดาห์หน้าก็น่าจะมีแนวทางที่อาจจะมีการเสนอให้จำนวนโควตากับผู้ค้าตัวจริงมากขึ้น เบื้องต้น อาจจะเป็น 5 เล่มให้กับผู้ที่ยังไม่มีโควตา หรืออาจจะเป็นว่าให้คนละ 10 เล่ม เพราะผู้ค้ารายย่อยบอกว่าถ้าได้ 10 เล่ม น่าจะทำให้เขาไม่ต้องไปหาสลากฯเพิ่มเติมที่มีต้นทุนสูงและเพียงพอในการที่จะครองชีพ และมีกำไรเพียงพอในการทำให้การขาย 80 บาท สามารถทำได้แล้วพวกขาอยู่ได้ ฉะนั้นอาจจะเป็นแนวทาง 10 เล่มที่จะนำเสนอให้กับผู้ค้าจริง ส่วนอีกแนวทางที่มีข้อเสนอและเรียกร้องมาจำนวนมากว่า บางครั้นบางทีเขาอาจจะต้องไปรับซื้อเพิ่ม และต้นทุนผู้ค้าส่งคิดราคาสูงมากประมาณ 77-78 ต่อฉบับทำให้มีกำไรน้อยตรงนี้เรากำลังพิจารณาว่า ถ้าเขาต้องการ 15-20-30 เล่มก็อาจจะให้ตามจำนวนนั้น ฉะนั้นตอนนี้เรากำลังรวบรวมและพิจารณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งแล้วจะนำเสนอคณะกรรมการในวันที่ 10 ส.ค.นี้
สรุปแนวทางคือ จำนวนของผู้ค้าจริงจะให้เพิ่มหรือไม่ ถ้าให้เพิ่มก็ 5 เล่ม หรือผู้ค้าจริงทั้งหมดให้ไป 10 เล่ม หรือว่าให้ตามที่ต้องการ แต่ที่ได้ชัดเจนที่สุดคือ ควรจะมอบโควตาให้กับผู้จำหน่ายจริงๆ หรือผู้ค้าจริงๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมีการนำเอาสลากฯ ที่ได้จากโควตาหรือได้จากสำนักงาน แล้วไปขายต่อหรือขายช่วงทันทีตรงนี้ คือสิ่งที่ทางสำนักงานก็คงจะพิจารณาแนวทาง ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในการสำรวจผู้ค้าจริงๆ ส่วนเรื่องการค้าสลากแบบออนไลน์ ช่วงนี้อยู่ในช่วงขั้นตอนศึกษาและการรวบรวมข้อมูล ทั้งระบบที่ทำอยู่เดิมคือขาย 80 บาท จะขายอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดและผู้ค้าอยู่ได้ทั้งประเทศ และไม่มีการขายเกิน
ส่วนการจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่มีแนวคิดนี้เลย แต่การจำหน่ายในปั๊มน้ำมันคนที่ร่วมกับสำนักงานฯ ทั้ง ปตท.กับ บางจาก เป็นการที่จะเสนอพื้นที่ให้กับผู้ค้า ฉะนั้น ปั๊มจะเสนอพื้นที่ขายโดยไม่คิดค่าเช่าให้กับผู้ค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้รายย่อย ขณะเดียวกันผู้ค้าเองจะต้องมาสมัครและพิจารณาร่วมกับจังหวัดว่าใครจะได้สิทธิในการขายทั้งสองปั๊มที่ร่วมโครงการ ซึ่ง ปตท.จะประมาณ 400 สาขา และบางจากประมาณ 200 สาขา เป็นการคืนโอกาสหรือให้ประโยชน์กับผู้ค้ารายย่อยที่ด้อยโอกาส
ส่วนโควตา จ.เลย มากกว่า จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่มีประมาณกว่า 6 พันเล่ม ผู้ค้าตัวจริงต้องการเพิ่มให้สัดส่วนประชากรเกือบ 3 ล้านคน ซึ่งมี 32 อำเภอ โรงงานอุตสาหกรรมเกือบ 1 พันแห่งนั้น ตนเรียนว่าเราจะลงไปสำรวจข้อมูลที่กลางเดือนนี้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่าการจำหน่ายฯ สิ่งที่เรามอบโควต้าให้ไปโดยสำนักงานสลากฯ เป็นการมอบโควตาตามจำนวนประชากร และคิดว่า คนหนึ่งคนจะซื้อสลากกี่ใบ ฉะนั้นการจำหน่ายโควตาจึงจัดจำหน่ายออกไปตามจำนวนประชากรโดยส่วนหนึ่ง แต่คนซื้อจริงๆ หรือคนที่มีความสามารถในการขายจริงๆ มันต้องดูตามพื้นที่ว่าเขามีศักยภาพหรือไม่
ฉะนั้นเราคงจะต้องลงไปสำรวจข้อมูลที่ จ.เลย อีกที และตนคิดว่าในวงการก็ยอมรับว่า ที่ อ.วังสะพุง คน จ.เลย เขาเดินขายจริงๆ ฉะนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงสลากได้ง่ายขึ้น เพราะบางคนไม่มีโอกาสในการเดินไปซื้อตามแผง แต่พอเขาเข้าไปจำหน่ายประชาชนตามร้านอาหารเขาก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่ไปขายขจริงๆ แต่สังเกตว่าหลังๆ มานี้เราได้ยินว่าคนของ อ.วังสะพุง เดินเร่น้อยลง เพราะกำไรต่อไปเริ่มลดลง ที่ไม่สามารถขายเกินกว่า 80 บาท แล้วได้กำไรต่อใบเป็น 15 บาท ได้ แต่ตอนนี้เริ่มกลับมาอีกแล้วและผู้ค้าเดินเร่เริ่มขายเกินราคาอีก ฉะนั้นวงจรนี้จะต้องตัดและแก้ปัญหาให้ได้
ด้าน พ.ท.หนุน ศันสนาคม กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสลาก กล่าวว่า ตอนนี้เรารู้กันอยู่แล้วว่า ผู้ที่รับสลากฯ จากเราไปไม่ได้ไปขายจริง ฉะนั้น เราไม่มีนโยบายเรื่องพ่อค้าคนกลางอยู่แล้ว ในการควบคุมบริการปลายทาง 80 บาท โดยใช้การขอความร่วมมือ ตนอยากประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ผู้ค้าสลากฯ ชาวโคราชได้เห็นหรือพบการขายเกินราคา ให้แจ้งยังสำนักสลากฯ จากนั้นเราจะลงไปทำการตรวจสอบทันที ที่คอลเซ็นเตอร์ที่ 0-2345-1466 รับทุกปัญหา โดยเฉพาะปัญหาการควบคุม ตนมั่นใจและยืนยันว่า จะมีหนทางที่ดีขึ้นแน่นอน เพราะเรารับนโยบายตรงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยและความห่วงใยจากประธานกองสลากฯ ว่า นอกจากเราดูแลผู้บริโภคแล้ว เรายังต้องแลผู้ค้าจริงๆ คือ รายย่อยตัวจริงด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจและได้รับการบอกกล่าวจากชาวบ้านในตลาดสด รวมทั้ง ได้ล่อซื้อสลากฯ จากผู้ขายที่เดินเร่ขายบางกลุ่ม ตามตลาดนัด ตลาดสด และตลาดไนท์บาซาร์ โดยอ้างว่า เป็นค่าเหนื่อย ค่าน้ำ ค่าข้าว โดยมีความจำเป็นต้องขายเกินราคาบ้างถึงฉบับละ 90-100 บาท พร้อมกับอ้างด้วยว่า คนซื้อก็สมยอมด้วย โดยเฉพาะเลขมงคล เลขดังที่เป็นเลขที่ตรงตามต้องการของประชาชนอยู่ในขณะนี้.
...