เกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน ผุดไอเดียหลังราคายางตกต่ำ หันมาปลูกกล้วยหอมทอง ปลอดสารเคมี นำเข้าสหกรณ์เกษตรบ้านนาสารเพื่อส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่น สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน

จากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรทั้งชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน ต่างหาแนวทางในการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว นายวิสูตร คันทรักษา อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ท่าเรือ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี 1 ในเกษตรกรที่ได้ตัดสินใจโค่นยางพาราอายุ 7 ปี ในเนื้อที่ 7 ไร่ ที่เพิ่งเปิดกรีดให้ผลผลิตได้ไม่กี่เดือน หันมาปลูกกล้วยหอมทองแทน เนื่องจากให้ผลผลิตเร็วและราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเมื่อเทียบกับผลไม้อื่นแล้วกล้วยหอมนั้นสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วและดูแลง่ายกว่าผลไม้อื่นๆ

นายวิสูตร เปิดเผยว่า เมื่อราคายางพาราเริ่มตกต่ำและมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ จึงมีแนวความคิดปลูกกล้วยหอมทอง โดยเริ่มจากศึกษาและเข้าร่วมกลุ่มกับสหกรณ์เกษตรบ้านนาสารจำกัด นำหน่อกล้วยหอมทองไปทดลองลงปลูกแซมในสวนยางพาราอายุ 1 ปี ในเนื้อที่ 4 ไร่ ซึ่งสามารถปลูกได้ 1,000 กว่าต้น ครั้งแรกที่ลงทุนใช้เงินไป 48,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลาเก็บผลผลิตในรอบแรกขายได้ถึง 160,000 บาท ได้กำไรกว่า 3 เท่าตัว และขณะนี้เวลาผ่านมา 1 ปี ก็ยังคงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่ายได้เรื่อยๆ

...

ต่อมาได้โค่นยางพาราอายุ 7 ปี ในพื้นที่ 7 ไร่ปลูกกล้วยหอมทองแทน ขณะนี้มีเนื้อที่ปลูกทั้งหมด 11 ไร่ จำนวน 4,000 กว่าต้น รอเก็บเกี่ยวผลผลิต กว่า 3,000 ต้น และที่สามารถเก็บขายได้แล้ว 1,000 กว่าต้น ในแต่ละอาทิตย์สามารถเก็บกล้วยหอมขายได้ประมาณ 30 เครือ สร้างรายได้กว่า 25,000 บาทต่อเดือนและคาดว่าเมื่อกล้วยหอมทั้งหมดที่ปลูกไว้สามารถเก็บผลผลิตได้จะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน


นายวิสูตร กล่าวต่อว่า เหตุผลที่กล้วยหอมทองของตนสามารถขายได้ราคาดีนั้น เริ่มต้นตั้งแต่การปลูก เนื่องจากกล้วยหอมทองทั้งหมดจะส่งไปขายยังประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความละเอียดในเรื่องของสารพิษตกค้าง โดยปกติแล้วการปลูกกล้วยหอมทั่วไปจะสามารถเก็บขายได้ใช้เวลา 8-10 เดือน แต่สำหรับกล้วยหอมที่ปลูกจะมีระบบการจัดการน้ำที่ดี ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ ให้ปุ๋ยปริมาณน้อยแต่ถี่ขึ้นซึ่งจะทำให้ต้นกล้วยเจริญเติบโตได้เร็วกว่า โดยใช้เวลาจนสามารถเก็บขายได้เพียง 7-8 เดือนเท่านั้น

สำหรับผลผลิตที่ได้จะส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบของสหกรณ์ ทางประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความต้องการกล้วยหอมเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้กลุ่มสหกรณ์ที่ได้รวมกลุ่มกันทั้ง จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร เพชรบุรี และบ้านลาด สามารถส่งกล้วยหอมทองไปยังประเทศญี่ปุ่นเพียง 2 พันตันต่อปีทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการถึง 8 พันตันต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องเป็นกล้วยหอมที่ปลอดสารเคมี โดยทางสหกรณ์นั้นจะมีการตรวจแปลงดินที่ใช้ในการปลูกต้องไม่มีสารเคมีตกค้าง รวมไปถึงทางประเทศญี่ปุ่นจะมีการลงพื้นที่มาตรวจสอบคุณภาพอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางสหกรณ์กำลังอยู่ในระหว่าการทำข้อตกลงสัญญาในการส่งกล้วยหอมให้กับทางร้านสะดวกซื้อ 7-eleven ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งนับเป็นการขยายตลาดในประเทศ ทางด้านนายธีระพล ช่วยเรียง นายอำเภอบ้านนาสาร กล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านนาสารและพื้นที่ใกล้เคียงให้ทำการปลูกกล้วยหอมทองกันมากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน.