ชาวบ้านที่ อ.ภูหลวง จ.เลย โวยการไฟฟ้าฯ มาซ่อมแซมเสาไฟที่เอนล้มจากฝนตกหนักแบบขอไปที มีทั้งใช้หินอัดตรงโคนเสา โยงสลิงไปผูกกับตอมะพร้าว เสี่ยงต่อการล้มทับหัวประชาชนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้างกำแพงโรงเรียน น่ากลัวมาก..

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 58 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านสวนปอ หมู่ 7 ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย ว่า เมื่อสองวันก่อนได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทาง บริเวณสะพานบ้านสวนปอ ถนนบ้านสวนปอ-วังมน ในหมู่บ้านเอียงไปประมาณ 45 องศา จำนวน 2 ต้น และพาดขวางถนน เป็นอันตรายแก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่เลิกเรียนเดินทางกลับบ้าน และรถใหญ่ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ไม่สามารถผ่านได้ จึงได้แจ้งไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ภูหลวง มาซ่อมแซม

ต่อมา เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าฯ ได้เข้ามาซ่อมแซมตามที่ชาวบ้านแจ้งไป โดยปรับตั้งเสาไฟฟ้าให้ตรง มีการยึดโยงกับต้นไม้จากนั้นก็กลับไป ชาวบ้านจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นการซ่อมแซมแบบลวกๆ และน่ากลัวว่าจะเกิดอันตรายจากเสาไฟฟ้าล้มตามมาเป็นอย่างยิ่ง

นายไวพจน์ ขวัญแจ่ม อายุ 43 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 และชาวบ้าน  กล่าวว่า หลังจากมีการซ่อมแซมปรับตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ให้ตรงแล้ว พบว่าที่โคนต้นเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าได้นำดินและหินขนาดเท่าลูกมะพร้าวมาอัดตรงโคนเสาเพื่อให้เสาตั้งอยู่ได้ โดยไม่มีการหล่อเทปูนซิเมนต์แต่อย่างใด และยังพบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แตกหักเสียหายทิ้งอยู่โคนเสาไฟ ที่สำคัญ ตรงบริเวณกลางเสาไฟฟ้ามีการมัดลวดสลิงเส้นขนาดเล็ก โยงไปผูกติดไว้กับตอต้นมะพร้าวที่อยู่ข้างเคียง เพื่อดึงถ่วงไว้ไม่ให้เสาไฟล้ม ซึ่งไม่ได้มาตรฐานใดๆ ทั้งสิ้น

...

"ทำกันแบบลวกๆ ชาวบ้านกลัวว่าเมื่อฝนตกหนักดินสไลด์ลงมา และตอไม้ผุพังในวันข้างหน้า เสาไฟฟ้าต้องเอียงหรือโค่นล้มลงมาแน่ๆ จึงวิงวอนการไฟฟ้าให้มาซ่อมใหม่ให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง ไม่ใช่ทำแบบขอไปที ถ้าอย่างนี้ไม่นานก็โค่นลงมาแน่นอน" ชาวบ้านกล่าว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าถนนบริเวณดังกล่าว ยังมีเสาไฟฟ้าที่เอนเอียงอีกหลายต้น บางต้นเป็นเสาขนาดเล็กผูกลวดสลิงดึงเอาไว้แต่ยังเอียงเกินกว่า 45 องศา โดยเฉพาะที่หน้าโรงเรียนบ้านสวนปอ เสาไฟฟ้าที่อยู่ติดกำแพงปูนของโรงเรียน ใกล้กับสนามเด็กเล่น ได้เอนลงกว่า 25 องศา น่าเป็นห่วงว่า จะหักโค่นลงมาทับเด็กนักเรียน.