ข่าว
100 year

พบรักในเฟซบุ๊กอยู่กัน 3 วันระอา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ส.ค. 2558 05:30 น.
SHARE

สายวันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ท.เสรี โชคผ่อง พงส. สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมหาดใหญ่เมอริเดียน ถ.ศรีภูวนารถ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ว่า มีเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติภายในห้องพักเลขที่ 506 ไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.ท.มนัส ธรรมดี รองสารวัตรปราบปรามสำนักงานตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ ภายในห้องพบกระเป๋าเดินทางวางอยู่หลายใบและเครื่องใช้ส่วนตัวอื่นๆ โดยมีนาย HAGAG AHMED MEGID อายุ 65 ปี ชาวอเมริกัน อยู่ภายในห้องพักกับ น.ส.ทรายแก้ว ควรเกลี้ยง อายุ 46 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งสองกำลังถกเถียงกัน โดยหนุ่มชาวอเมริกัน ให้การว่าถูก น.ส.ทรายแก้วขโมยเงินในกระเป๋าไปจำนวน 2,000 บาท แต่ น.ส.ทรายแก้วปฏิเสธและยืนยันไม่ได้เป็นคนขโมย ถูกนาย HAGAG สร้างเรื่องใส่ร้าย ขณะตนจะขนเสื้อผ้าเดินทางกลับบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับปวดหัวต้องเร่งเคลียร์ปัญหาเพราะไม่รู้ว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ จากการสอบสวน น.ส.ทรายแก้วให้การว่า เป็นเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง อยู่ที่ จ.ปัตตานี ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับนาย HAGAG ทางเฟซบุ๊ก และติดต่อพูดคุยกันมานานกว่า 1 เดือน จนเริ่มสนิทสนมและรู้สึกมีใจให้กัน จึงทดลองคบหากับหนุ่มชาวอเมริกันคนนี้เพราะอาจเป็นชายในฝันและหวังแต่งงานด้วย จึงได้ติดต่อนัดเจอหน้ากันที่ อ.หาดใหญ่

ฝ่ายนาย HAGAG ได้บินมาจากอเมริกา และนัดเจอกันที่โรงแรมหาดใหญ่เมอริเดียน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเปิดห้องพักไว้พากันออกกินเที่ยวคบหาดูใจกัน 3 วัน ปรากฏว่าฝ่ายหญิงรู้สึกผิดหวังในตัวหนุ่มอเมริกัน โดยอ้างว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษชอบเอาเปรียบ เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งห้องพักและค่าอาหารการกินหมดเงินไปประมาณ 3,000 บาท จึงต้องการจะเลิกคบหาและเตรียมเก็บข้าวของเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่กลับถูกหนุ่มอเมริกันแบล็กเมล์ สร้างเรื่องหาว่าตนขโมยเงินไป ทำให้รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ขณะที่นาย HAGAG ให้การว่า มีอาชีพเป็นหัวหน้าโรงงานเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในประเทศอเมริกา หลังจากพบฝ่ายหญิงทางเฟซบุ๊กรู้สึกชอบ จึงตัดสินใจหอบขนเสื้อผ้าบินตรงมาจากอเมริกา หวังมาใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน หลังคบหาอยู่ด้วยกัน 3 วัน ฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธที่จะอยู่ด้วยกันและพยายามขนเสื้อผ้ากลับบ้าน ทำให้รู้สึกผิดหวังที่ตั้งใจบินมาจากอเมริกา ส่วนเรื่องเงินยืนยันว่าหายไปจากกระเป๋า 2,000 บาทจริง ด้วยความเจ็บใจและโกรธจึงโทร.แจ้งตำรวจ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ได้เรียกทั้งสองคนมาเจรจาตกลงทำความเข้าใจกัน สุดท้ายสามารถตกลงกันได้โดยฝ่ายชายไม่ติดใจเอาความเรื่องเงินหาย ส่วนฝ่ายหญิงได้เก็บเสื้อผ้าเพื่อเดินทางกลับบ้าน โดยทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันจากไปด้วยความผิดหวัง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนุ่มชาวอเมริกันขโมยเงินรู้จักทางเฟซบุ๊กโรงแรมหาดใหญ่ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเปรียบแบล็กเมล์สร้างเรื่องข่าวข่าวภูมิภาคไทยรัฐฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้