king10
Thairath Logo
กีฬา

วิกฤติน้ำ58! หมู่บ้านติดเกาะ'เหนือ-อีสาน'หายแล้งฝนถล่มหนัก

Share :
line-share-logo

เหนือ-อีสานหายแล้งเจอฝนถล่มหนัก ที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำป่าไหลท่วมและดินสไลด์ทับเส้นทางเพิ่ม ส่วนที่ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนเขื่อนภูมิพล จ.ตาก น้ำทะลักเติมอ่างมากขึ้น แต่ยังไม่พ้นวิกฤติ น้ำใช้ได้ไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับเมืองโคราช ฝนตกเหมือนฟ้ารั่วนานกว่า 2 ชม. เอ่อล้นท่อระบายน้ำท่วมถนนหลายสาย มิตรภาพกลายเป็นอัมพาตรถวิ่งผ่านไม่ได้ ขณะที่ จ.บึงกาฬ น้ำท่วมถนนสูงถึง 2 เมตร

ภาคเหนือและอีสานยังคงเกิดฝนตกต่อเนื่องมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน และมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 20.81 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ส่วนข้อมูลน้ำในอ่างเก็บน้ำ

ล่าสุดมีน้ำในอ่างอยู่ที่ 3,225.92 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 33.92% มีน้ำพร้อมใช้งาน 375.92 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 5.64% ขณะที่การระบายน้ำลดลงเหลือเพียง 11.09 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ไปถึงวันที่ 15 ส.ค. ส่วนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภครักษา ระบบนิเวศ และผู้เลี้ยงปลาในกระชังกว่า 1,000 ราย ไม่มีปัญหาในการใช้น้ำแต่อย่างใด

ที่ จ.แม่ฮ่องสอน หลังเกิดฝนตกหนักทำให้มีน้ำป่าไหลท่วมบริเวณหน้าอุทยานแห่งชาติแม่เงา ต.แม่สวด อ.สบเมย สูง 1.30 เมตร ล่าสุดน้ำลดลงแล้วเหลือ 50-70 ซม. รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อวิ่งผ่านได้แล้ว แต่ไปได้แค่ 15 กม. ถึงบ้านแม่ละปะเท่านั้น เนื่องจากยังมีกองดินสไลด์ทับเส้นทางอีก 2 จุด และในช่วงเช้าวันเดียวกัน พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผบ.ฉก.ทพ.36 หน.ศข. 4 อำเภอตอนล่าง จ.แม่ฮ่องสอน รับแจ้งจาก ร.อ.วรุฒิ มากจริงใจ ผบ.ร้อย ทพ.3604 ว่า มีฝนตกหนักในพื้นที่ ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง ทำให้มีดินสไลด์และต้นไม้ล้มทับเส้นทางบ้านสล่าเชียงตอง-บ้านนาป่าเเป๋ 2 จุด และเส้นทางบ้าน แม่แพะ-บ้านแม่เจ 1 จุด ไม่สามารถใช้เส้นทางได้

น้ำป่าจากพม่าทลักลงแม่น้ำเมยส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเมยขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว


ด้านนายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผวจ.ตาก เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ขณะนี้ยังไม่พ้นวิกฤติ ปัจจุบันมีน้ำทั้งสิ้น 4,028 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 29.93 เปอร์เซ็นต์ของความจุ น้ำใช้การได้ 228 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 2.37 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้เมื่อวันที่ 1 ส.ค. มีน้ำไหลเข้าอ่างค่อนข้างมากอยู่ที่ 26.45 ล้านลูกบาศก์เมตรระบายออก 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะเดียวกัน

ยังรับแจ้งว่า นอกจากช่วงนี้มีฝนตกในบ้านเราแล้วที่ประเทศเมียนมาก็ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก เนื่องจากฝนตกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ประสานนายอูหล่วยกั่วอู ผวจ.เมียวดี เพื่อนำสิ่งของไปช่วยเหลือชาวเมียนมา

ฝนตกหนัก โดยเฉพาะที่บริเวณตลาดเซฟวัน ถ.มิตรภาพ น้ำท่วมขังสูง ( ขอบคุณภาพจาก เฟชบุ๊ค กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง )


ภาคอีสาน จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักเมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา นานกว่า 2 ชม. ส่งผลให้ถนนหลายสายในเขตเทศบาล นครนครราชสีมาเกิดน้ำท่วมขังหลายจุด สาเหตุเพราะท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน เช่น ถนนชลประทาน ถนนจอมสุรางค์ยาตร และถนนเดชอุดม น้ำท่วมสูงกว่า 30-40 ซม. รวมทั้งถนนมิตรภาพทั้งขาเข้าและขาออกช่วงหน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์ หน้าตลาดเซฟวัน แยกอัมพวัน ถึงสามแยกปักธงชัย บริเวณสี่แยกราชดำเนิน หน้าประตูเข้ากองทัพภาคที่ 2 หน้า รพ.ค่ายสุรนารี และจวน ผวจ.นครราชสีมา ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ แต่หลังฝนหยุดตกราว 1-2 ชม. สภาพการจราจรบนถนนทุกสายก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผอ.โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยถึงปริมาณฝนในพื้นที่ อ.ปากช่อง บริเวณเหนือเขื่อนลำตะคองว่ายังมีปริมาณฝนน้อยทำให้มีน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนไม่มากนัก โดยวันนี้ (2 ส.ค.) น้ำไหลเข้า 404,000 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำใช้การได้ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 15% ของความจุทั้งสิ้น 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณฝนที่ตกลงมาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากส่วนใหญ่ตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน แต่จะเป็นผลดีต่อแหล่งน้ำและลำคลองต่างๆมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น คาดการณ์ว่าช่วงกลางเดือน ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่าน จะทำให้มีปริมาณฝนใน จ.นครราชสีมา เพิ่มมากขึ้น

จ.สกลนคร เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ลำน้ำต่างๆมีน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเริ่มมีน้ำเอ่อท่วมนาข้าวในพื้นที่ อ.วานรนิวาส ได้รับผลกระทบประมาณ 8,000 ไร่ เขตลุ่มลำน้ำห้วยโทง และลำน้ำยาม ซึ่งเป็นพื้นที่นาหว่านและเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ด้านนายวิชาญ แท่นหิน หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้น้ำป่าบนเทือกเขาภูพานไหลลงสู่แหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ ปริมาณน้ำเขื่อนน้ำอูน เขื่อนน้ำพุง และทะเลสาบหนองหาร แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่มีน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูพานมีน้ำหลากไหลลงตามลำน้ำสาขามาก โดยเฉพาะน้ำตกคำหอมและน้ำตกตาดไฮใหญ่ เริ่มมีน้ำเพิ่มขึ้น ขอให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่า

บึงกาฬ วิกฤติหนัก ถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 4001 เริ่มท่วมสูง


จ.บึงกาฬ เกิดฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายวันที่ 1 ส.ค. ยันวันที่ 2 ส.ค. ทำให้เกิดน้ำท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 4001 หลายจุดระยะทาง 32 กม. จากบ้านดอนอุดม ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ ประมาณ 1.2 กม. บ้านคำแก้ว ต.คำแก้ว อ.โซ่พิสัย บ้านโคก–กระแซ-บ้านขี้เหล็กน้อย ต.ถ้ำเจริญ อ.โซ่พิสัย น้ำสูงประมาณ 1.5 เมตร ระยะทาง 1.2 กม.และบ้านขี้เหล็กน้อย-บ้านโคกงาม ต.ถ้ำเจริญ สูงประมาณ 2 เมตร รวมระยะทาง 1.5 กม. รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่ถนนสายบึงกาฬ-บ้านพันลำ
อ.เมืองบึงกาฬ เส้นทางไปด่านศุลกากรบึงกาฬ มีน้ำสูง 1 เมตร นายเคน จิตสามารถ ผญบ.บ้านขี้เหล็กน้อย ต.ถ้ำเจริญ เผยว่า หมู่บ้านตนมีชาวบ้านอาศัย 84 หลังคาเรือน ประชากรประมาณ 340 คน ตอนนี้เดือดร้อนหนัก ไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงล้อมรอบกลายเป็นเกาะ

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศว่า ช่วงวันที่ 1-3 ส.ค.ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกได้ต่อเนื่องในระยะนี้และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้

ส่วนช่วงวันที่ 4-7 ส.ค.ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย และประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทย ยังคงมีฝนตกต่อไปอีก และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 4-6 ส.ค. อนึ่งพายุดีเปรสชัน โกเมน (KOMEN) ที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอล เคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศบังกลาเทศ และจะเคลื่อนไปทางประเทศอินเดียในระยะต่อไป พายุนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม...
ข่าวหน้า1ภัยแล้งน้ำท่วมถนนเขื่อนสิริกิติ์ดินสไลด์อุทกภัยหลวงหมายเลข 4001น้ำแล้งแห้งแล้งชลประทานแก้ภัยแล้งขุดบ่อบาดาลทั่วประเทศไทยรัฐฉบับพิมพ์