พัง-ซ่อม-รื้อ ปัญหาเดิมๆ ของทางเท้าในกรุงเทพมหานคร ที่คนเดินถนนย่อมเคยพบเจอ ทางเท้าไม่ว่าจะเป็นอิฐตัวหนอนหรือกระเบื้องซีเมนต์ก็ประสบปัญหาเดียวกันทั้งนั้น คือการทรุดตัวลงไป ตั้งแต่เล็กน้อยแค่ผิวหน้าทางเท้าเผยอขึ้นจนถึงขั้นไม่สามารถเดินบนทางเท้าได้
หลังจากที่นำเสนอหลากหลายเรื่องราวพื้นทางเท้าในกรุงเทพมหานครกันไปแล้ว ใน ปริศนาคาใจคนกรุง ไฉนฟุตปาทพังซ้ำซาก EP.1 สร้างห่วย ขยันรื้อ แพงเว่อร์ วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะนำทุกท่านไปฟังคำตอบโดยตรงจากปากของ นายสุรพล อนวัชพงศ์พันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลทางเท้าบนถนนสายหลัก เพื่อสอบถามถึงทุกแง่มุมของปัญหาทางเท้า กทม. ทั้งเรื่องสาเหตุของการชำรุด อายุการใช้งานจริง ไปจนถึงงบประมาณในการซ่อมทางเท้า เรามีคำตอบ...
ใช้งานผิดประเภท ซ่อมสาธารณูปโภค ต้นเหตุทางเท้าพังซ้ำซาก
รองผู้อำนวยการสำนักการโยธาเปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ทางเท้าเกิดความเสียหายเกิดจากการใช้งานผิดประเภท เช่น นำรถขึ้นไปจอด มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปวิ่ง การที่หาบเร่แผงลอยก็ไปตั้งวางบนทางเท้า โดยของที่ตั้งมีน้ำหนักมากและการเทน้ำลงไปบนพื้น ก็จะทำให้พื้นทางเท้าชำรุด และที่สำคัญคือการที่หน่วยงานสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ มาขุดเจาะแล้วซ่อมได้ไม่เหมือนเดิม ส่วนเรื่องการทรุดตัวตามธรรมชาติของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ทางเท้าทรุดตัวเช่นเดียวกัน แต่จะทรุดตัวลงไปพร้อมๆ กัน ไม่ถึงกับเป็นแอ่งเหมือนกับฝีมือของมนุษย์
...
“การนำรถไปจอดบนทางเท้าและการขับรถมอเตอร์ไซค์บนทางเท้ามีข้อห้ามอยู่แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เทศกิจของสำนักงานเขต จะเป็นผู้ดูแลและปรับผู้กระทำผิด แต่ปัญหาคือกำลังเทศกิจของเขตไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง” นายสุรพล อธิบายประกอบ
ฝีมือหน่วยงานสาธารณูปโภคชุ่ย ขุดเจาะทางเท้า ซ่อมคืนไม่เหมือนเดิม
นายสุรพล กล่าวต่อว่า การซ่อมแซมทางเท้าของหน่วยงานสาธารณูปโภคที่ผ่านมา สำนักการโยธาได้เข้าไปดูแลในทุกขั้นตอน เมื่อหน่วยงานสาธารณูปโภคไปขุดเจาะ ต้องขออนุญาตทางสำนักการโยธาก่อนถึงจะทำการขุดเจาะได้ หากงานไม่เสร็จ หรือเป็นการซ่อมชั่วคราว จะมีการปิดบริเวณที่ซ่อมไว้ก่อนเพื่อที่สำหรับการขุดเจาะในครั้งหน้า
เมื่องานซ่อมสาธารณูปโภคเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางหน่วยงานที่เข้ามาขุดเจาะต้องซ่อมคืนถาวร ทางสำนักการโยธาก็มีการกำหนดว่าต้องซ่อมคืนให้เหมือนเดิม ตอนแรกก็อาจซ่อมให้ดีเหมือนเดิม แต่เมื่อดูข้างล่างก็พบว่า การขุดดินอาจมีโพรง และการถมก็ไม่ได้อัดแน่นเหมือนกับงานมาตรฐานตอนเริ่มแรก พอใช้ไปได้สักพักหนึ่ง ทางเท้าก็จะเริ่มทรุดตัว เพราะการซ่อมอย่างไรก็ไม่เหมือนกับการสร้างครั้งแรก
“หากทางโยธามีโครงการกำลังจะปรับปรุงทางเท้าสายหนึ่ง จะมีการติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานว่าถ้ามีโครงการปรับปรุงในบริเวณนั้นก็ขอให้มาทำพร้อมกัน แต่ปรากฏว่า ไฟฟ้า ประปา หรือโทรศัพท์ ยังไม่มีงบ ไม่มีโครงการ ทางโยธาจึงดำเนินการไปก่อน แต่พอ 1-2 ปี ต่อมา กลายเป็นว่าสาธารณูปโภคก็มีโครงการขุดเจาะทางเท้าเพื่อทำระบบใหม่ เราก็ต้องอนุญาต เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนก็จะเดือดร้อน กลายเป็นว่าทางเท้าที่เราเคยทำไว้สวยๆ ต้องมาถูกขุดใหม่อีก” นายสุรพลกล่าวเสริม
รู้กันไหม...อายุการใช้งานทางเท้ามากกว่า 10 ปี แต่ใช้จริงได้แค่ 1 ปี
เมื่อสอบถามถึงเรื่องอายุการใช้งานของพื้นทางเท้าในกรุงเทพมหานคร นายสุรพล เปิดเผยว่า หากทางเท้ามีการใช้งานอย่างปกติ ให้คนเดินเพียงอย่างเดียว อายุการใช้งานของพื้นฟุตปาทคือ 10 ปีขึ้นไป แต่อายุการใช้งานจริงของทางเท้ากลับมีอายุแค่ไม่เกิน 1 ปี บางครั้งเพิ่งซ่อมทางเท้าเสร็จใหม่ๆ ก็ชำรุดแล้ว โดยเฉพาะบริเวณทางเท้าที่มีคนเอารถขึ้นไปจอด กลายเป็นว่าซ่อมไม่เท่าไรก็พังซ้ำ
...
“ยืนยันได้เลยว่าการออกแบบทางเท้าของสำนักการโยธา ทั้งพื้นทางเท้าแบบอิฐตัวหนอนและกระเบื้องซีเมนต์ อายุการใช้งานพอๆ กัน ถ้าไม่ใช้งานผิดประเภท ไม่มีรถขึ้นมาเหยียบจนทรุด หรือแตก ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนาน” รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เปลี่ยนทำไม? ฟังชัดๆ เหตุผลต้องเปลี่ยนอิฐตัวหนอน เป็นกระเบื้องซีเมนต์
ด้านสาเหตุที่เปลี่ยนวัสดุจากอิฐตัวหนอนเป็นกระเบื้องซีเมนต์สี่เหลี่ยม จนทำให้ต้องรื้อทางเท้ากันใหม่อีกครั้ง รองผู้อำนวยการสำนักการโยธาให้คำตอบว่า ถึงอิฐตัวหนอนรับน้ำหนักได้ดีกว่าแผ่นกระเบื้องซีเมนต์ เพราะว่ามีความหนามากกว่า และยังสามารถรื้อและนำไปปูใหม่ได้ แต่ที่ผ่านมาอิฐตัวหนอนมีปัญหามีการทรุดที่ไม่เท่ากัน อิฐเป็นอันเล็กๆ ที่ไม่ได้เชื่อมกัน และฐานของอิฐตัวหนอนคือดินทรายอัดแน่น เมื่อดินทรายรับน้ำหนักไม่ได้ ส่งผลให้พื้นทางเท้าเป็นหลุมเป็นบ่อ
ปัจจุบันสำนักการโยธาจึงปรับทางเท้าใหม่ เป็นกระเบื้องขนาด 30 x 30 เซนติเมตร หรือ 40 x 40 เซนติเมตร โดยมีการดาดด้วยคอนกรีตหยาบเป็นพื้นฐานก่อนที่จะปูแผ่นกระเบื้องทับลงไป ทำให้พื้นฐานแน่นและเรียบขึ้น อีกทั้งไม่มีทรายพร้อมที่จะทรุดตัวเหมือนกับตัวหนอน
รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวต่อว่า “แต่การเปลี่ยนมาเป็นกระเบื้องแบบนี้ก็ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการชำรุดของทางเท้าจากการขุดเจาะของสาธารณูปโภค ยิ่งทางเท้าแข็งแรง พอสาธารณูปโภคมาขุดก็กลายเป็นร่อง อย่างไรก็แก้คืนไม่ได้ มันไม่เชื่อมติดเป็นแผ่นเหมือนกับครั้งแรกทำ”
ส่วนทางเท้าของเก่าที่ยังเป็นอิฐตัวหนอนจะมีการเปลี่ยนวัสดุใหม่เมื่อชำรุด เพราะถ้าเปลี่ยนทีเดียวก็คงจะไม่ไหว และเปลืองงบประมาณมาก ตอนนี้จึงเริ่มเปลี่ยนจากจุดที่ชำรุดก่อน และเมื่อเปลี่ยนแล้วก็ต้องเปลี่ยนทางเท้าทั้งสายให้เหมือนกัน
...
ฟังเหตุผล เทคอนกรีตทำทางเท้าถูกกว่าเยอะจริง แต่ไม่ทำเพราะ?
ทีมข่าวเฉพาะกิจได้สอบถาม นายสุรพล ว่าการสร้างทางเท้าในกรุงเทพมหานครก็สามารถใช้วิธีเทคอนกรีตซีเมนต์ที่ทั้งทนทานและมีราคาถูกได้หรือไม่ และได้รับคำตอบว่า ทำได้ แต่เวลาแก้ไข หรือ เวลาสาธารณูปโภคมาขุดเจาะจะเป็นไปได้อย่างยากลำบากและสิ้นเปลือง เพราะต้องมาคอยทุบพื้นซีเมนต์
อีกทั้ง การใช้ซีเมนต์ราดปูไปเลยจะทำให้พื้นทางเท้าไม่สวยงาม เพราะกลายเป็นพื้นแข็งๆ ไม่มีลวดลายอะไร ถ้าใช้เป็นกระเบื้องก็ยังมีลายเป็นสี่เหลี่ยม ทางสำนักการโยธาเคยทำทางเท้าแบบแอสฟัลต์เรียบ (ยางมะตอย) แต่ก็มีคนท้วงว่าไม่สวยงาม ส่วนตัวแล้วคิดว่าประชาชนไม่ชอบแบบคอนกรีตหรือยางมะตอย ชอบเป็นกระเบื้องมากกว่า เพราะกระเบื้องซีเมนต์แบบนี้ทั้งสวยงาม และทนทาน
แจงชัดๆ ตัวเลขงบสร้าง – ซ่อมทางเท้ากรุงเทพฯ ใช้ภาษีจากประชาชนไปเท่าไร?
นายสุรพล กล่าวต่อว่า งบประมาณในการสร้างและการซ่อมบำรุงทางเท้าของศูนย์ก่อสร้างและบูรณะทุกศูนย์จะอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการก่อสร้าง โดยที่แต่ละศูนย์ย่อยจะมีการจัดตั้งงบประมาณเข้ามาเมื่อมีโครงการต่างๆ และทางสำนักการก่อสร้างและบูรณะจะจ่ายงบไปตามนั้น
...
“งบประมาณของแต่ละศูนย์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่ามีงานมากน้อยแค่ไหน แต่งบประมาณรวมที่ใช้ในการซ่อมแซมถนนและทางเท้าในกรุงเทพมหานครที่สำนักการโยธาดูแลอยู่ทุกศูนย์รวมกัน ส่วนตัวระบุได้ว่า ในหนึ่งปีใช้งบไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท แต่งบเฉพาะทางเท้าไม่มีแยกไว้” รองผู้อำนวยการสำนักการโยธาระบุ
จากเอกสารข้อมูลงบประมาณจากศูนย์ย่อยต่างๆ ที่ทางสำนักการโยธาได้มอบให้กับทีมข่าว พบว่า ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ 1 ใช้งบประมาณ 23 ล้านบาท เป็นค่าวัสดุและค่าจ้างเหมา ทั้งนี้ไม่ได้ระบุว่าเป็นงบประมาณของการดูแลรับผิดชอบทางเท้าเพียงอย่างเดียว
ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ 2 ระบุว่าใช้งบประมาณค่าใช้สอย ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เป็นเงินประมาณ 40 ล้านบาท ไม่มีการระบุข้อมูลอื่นเพิ่มเติม
ในปี 2558 ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ 3 ใช้งบประมาณในการซ่อมทางเท้าประมาณ 4 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อวัสดุราว 600,000 บาท และจ้างเหมาจัดซ่อม 3.6 ล้านบาท
ด้านศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ 4 เปิดเผยว่า งบประมานที่ใช้ในการจัดซ่อมทางเท้าในปีงบประมาณ 2556 ใช้ไปราว 9.5 ล้านบาท ในปี 2557 ใช้งบประมาณไปประมาณ 4 ล้านบาท และในปี 2558 ใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ 2 ล้านบาท และอีก 1.9 ล้านบาทที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา
ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ 5 เปิดเผยโดยตรงกับทีมข่าวว่า ในปีงบประมาณ 2556 ใช้งบซ่อมทางเท้าโดยเฉพาะราว 12 ล้านบาท ส่วนในปี 2557 ใช้งบซ่อมถนนและทางเท้าไปถึง 40 ล้านบาท เพราะได้รับความเสียหายหนักจากน้ำท่วม และในปี 2558 ใช้งบประมาณไป 24 ล้านบาทสำหรับซ่อมบำรุงทางเท้าโดยเฉพาะ
ขณะที่ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ 6 ระบุว่า ปีงบประมาณ 2558 ใช้งบจำนวนประมาณ 96 ล้านบาท และไม่มีข้อมูลใดเพิ่มเติม
การันตีงบซ่อมทางเท้าโปร่งใส ไร้ปัญหาเหมาจ้าง
รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวต่อว่า การสร้างและการซ่อมบำรุงของสำนักการโยธามีทั้งการดำเนินงานซ่อมเองและการจ้างสัมปทานเข้ามาดูแล และตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีบริษัทใดที่รับงานมากที่สุด บริษัทที่จดทะเบียนกับสำนักการโยธามีเป็นร้อยบริษัท ทำให้มีการกระจายงานและมีการแข่งขันกันระหว่างบริษัทผู้รับสัมปทาน
“ถ้าเป็นการซ่อมเล็กๆ น้อยๆ บริเวณไม่กว้างมาก หรือเป็นเรื่องร้องเรียนและเรื่องเร่งด่วน ทางโยธาก็จะให้ศูนย์ย่อยดูแลรับผิดชอบ เนื่องจากทั้งวัสดุ คนงาน เครื่องมือและเครื่องจักรก็มีพร้อม แต่ว่าถ้าเป็นโครงการใหญ่ตลอดแนวถนน จะใช้วิธีจ้างเหมา เพื่อให้บริษัทที่เข้ามารับงานรับผิดชอบไปเลย” นายสุรพล อธิบายเสริม
วอนประชาชนช่วยกันดูแลทางเท้า ไม่ใช้ผิดวิธี ทางเท้าไม่พัง!
ส่วนการแก้ไขปัญหาทางเท้าในกรุงเทพมหานครที่ชำรุดทรุดโทรม รองผู้อำนวยการสำนักการโยธาให้ความเห็นว่า ต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ประชาชนต้องให้ความสำคัญต่อพื้นทางเท้าและช่วยกันดูแลพื้นทางเท้าหน้าบ้านตนเอง โดยการไม่เอารถขึ้นมาจอดเสียเอง และป้องกันไม่ให้คนอื่นนำรถเข้ามาจอด
“ทางด้านสาธารณูปโภคที่เข้ามาขุด ก็ต้องมีการประสานกันล่วงหน้า ในกรณีที่ทางสำนักการโยธาจะปรับปรุงทางเท้า ก็ควรให้ระบบสาธารณูปโภคปรับปรุงไปพร้อมกัน ไม่ใช่ว่ามาขุดใหม่หลังจากทำทางเท้าเสร็จ หากทำได้ก็จะช่วยให้ทางเท้ามีอายุที่ยาวนานขึ้น” รองผู้อำนวยการสำนักการโยธาทิ้งท้าย
ในวันพรุ่งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภูมิทัศน์ภายนอกอาคาร ถึงลักษณะของทางเท้าที่ดี และแนวทางที่ควรรับมือกับพื้นที่ทางเท้าของกรุงเทพมหานคร ติดตามต่อได้ในตอนที่ 3