ชาวมุสลิม จ.ยะลา กว่า 2,000 คน ร่วมละหมาดเนื่องในวันตรุษอีดิลฟิตรี ฮิจเราะห์ศักราช 1436 หลังถือศีลอด มาตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ขณะที่ผู้ว่าราชการยะลา เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 17 ก.ค. 58 ที่สนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ทางเครือข่ายองค์กรมุสลิม และมัสยิดชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ได้จัดพิธีละหมาด เนื่องในโอกาสวันตรุษอีดิลฟิตรี หรือ วันฮารีรายอ ฮิจเราะห์ศักราช 1436 ประจำปี 2558 ขึ้น เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ ได้ร่วมเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ในเทศกาลฮารีรายอ อีดิลฟิตรี หลังจากได้ร่วมถือศีลอด มาตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ในเดือนรอมฎอน โดยมีชาวไทยมุสลิมทั้งชาย หญิง และเด็ก กว่า 2,000 คน ร่วมประกอบพิธีละหมาด เพื่อขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า โดยมี นายสามารถ วราศิศัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และ นายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันตรุษอีดิลฟิตรี
สำหรับการละหมาดวันอีดิลฟิตรี ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล เป็นเดือนที่ 10 ของเดือนในศาสนาอิสลามโดยถือทางจันทรคติ การละหมาดวันอีดิลฟิตรี ถือเป็นการปฏิบัติศาสนกิจที่มีความสำคัญต่อชาวไทยมุสลิมเป็นอย่างมาก มุสลิมทุกเพศทุกวัยทั้งชายหญิง จะต้องไปร่วมละหมาดโดยพร้อมเพรียงกันที่มัสยิดใกล้บ้าน หรือสถานที่ที่จัดให้มีพิธีละหมาด
...
ด้าน นายสามารถ วราศิศัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ส่งความปรารถนาดี เนื่องในโอกาสเทศกาลฮารีรายอ อีดิลฟิตรี ฮิจเราะห์ศักราช 1436 โดยขอบารมีองค์อัลเลาะห์ให้คุ้มครอง ประทานพรให้กับชาวไทยมุสลิมให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีความสุข ความเจริญ คิดและประสงค์สิ่งใดก็ขอให้ได้สมความปรารถนา.
นอกจากนี้ หลังการละหมาดเสร็จสิ้น เครือข่ายองค์กรมุสลิมชุมชนและมัสยิดจังหวัดยะลา ได้แจกจดหมายเปิดผนึก ซึ่งเขียนถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยในจดหมายฉบับดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทย 1. ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมติดตามดำเนินคดีของรัฐบาลจีนต่อผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ โดยให้มีตัวแทนจากองค์กรสิทธิมนุษยชน 2. รัฐบาลต้องระงับการส่งกลับชาวอุยกูร์ที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศไทย 3. ขอให้รัฐบาลไทยยึดหลักเมตตาธรรมในการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ในประเทศไทย