พบโลมาลายแถบ บาดเจ็บตามลำตัว ถูกคลื่นซัด มาเกยชายฝั่งหาดกาสิงห์ บ้านบ่อเจ็ดลูก สตูล ชาวบ้านแจ้งมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่ง เร่งช่วยเหลือ พบหายใจติดขัด ต้องใช้เปลพยุงไว้ในน้ำตลอดเวลา ...
จากกรณีชาวบ้าน ม.1 บ้านบ่อเจ็ดลูก ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล พบโลมาลายแถบบริเวณชายหาดกาสิงห์ บ้านบ่อเจ็ดลูก จึงได้แจ้งไปยังเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) ให้มาดูแลตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบพบว่าเป็นโลมาที่ได้รับบาดเจ็บตามลำตัวหลายแผล จึงแจ้งมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.สตูล และศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6ฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
ต่อมาวันที่ 16 ก.ค. 58 เวลา 07.00 น. นายสันติ นิลวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างสถานีวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล (ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินทางมาตรวจสอบพบว่าโลมาดังกล่าวเป็นโลมาลายแถบเพศผู้ ยาว 2.10 เมตร หนัก 150 กก. มีรอยบาดแผลตามตัวหลายแห่งและมีอาการป่วย จึงได้นำมาพักฟื้นเพื่อรอการรักษาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.สตูล ที่ อ.ละงู เพื่อรอสัตวแพทย์เฉพาะทาง มารักษาอาการ โดยโลมามีลักษณะหายใจติดขัด เจ้าหน้าที่ใช้เปลพยุงไว้ในน้ำตลอดเวลา
...
นายสันติ กล่าวว่า โลมาลายแถบถือเป็นโลมาหายากชนิดหนึ่งซึ่งพบไม่มากนัก สำหรับตนแล้วเพิ่งพบตัวนี้เป็นตัวแรก เป็นโลมาวัยรุ่นอายุประมาณ 15 ปี กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ดูลักษณะแล้วเป็นโลมาที่ป่วยซึ่งโลมาลายแถบเป็นสัตว์ที่อยู่นอกชายฝั่ง เป็นปลาน้ำลึกที่อยู่เป็นฝูง ฝูงละประมาณ 100-1,000 ตัว โลมาตัวนี้น่าจะเป็นโลมาที่ป่วยเพราะดูสภาพแล้วผอมมาก และต้องถูกขับออกจากฝูงเพราะหากป่วยจะมีการติดเชื้อในฝูงได้ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงคลื่นลมแรงจึงถูกซัดเข้าหาฝั่ง และตอนที่พบไม่สามารถว่ายน้ำเองได้แล้ว ต้องขอบคุณ ทสม.ที่ดูแลถูกทาง เพราะหากเบื้องต้นผู้ดูแลไม่ถูกต้องอาจตายได้ โลมาเป็นสัตว์เลือดอุ่นเลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนคน โรคของโลมาก็สามารถติดต่อสู่คนได้ ขั้นตอนแรกต้องนำเลือด เมือก และเสมหะ ตรวจในห้องแล็บ ซึ่งใช้ร่วมกับห้องแล็บของคนในรพ.ได้ ก่อนที่จะทำการรักษา สำหรับอาการนั้นถือว่าหนักพอสมควร ต้องรอแพทย์มาตรวจรักษาก่อนถึงจะระบุได้ เบื้องต้นก็ต้องรักษาที่ศูนย์แห่งนี้จนกว่าจะหาย.