ชาวปาดังเบซาร์รวมใจไม่เอาระเบิด นัดรวมตัว รับฟังชี้แจงของฝ่ายทหารตำรวจ "รวมพลัง นำปาดังฯ สู่สันติ" กันไม่ให้เกิดระเบิดซ้ำสอง เผยวัยรุ่นจาก 3 จังหวัด หนีมาหลบมุมมั่วสุมที่นี่มากที่สุด...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ก.ค. 58 นายทวีวุฒิ สังข์ศิริ นายอำเภอสะเดา เป็นประธานในการประชุม พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา รรท.ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.เฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 5 และ นายพนม วิไลรัตน์ ปลัดเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ เข้าประชุมร่วมกับชาวบ้านกว่า 300 คน ที่ศูนย์โอทอป เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมทั้งวางแนวทางการป้องกันภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้าย ที่แฝงเข้ามาในพื้นที่ มีเป้าหมายทำลายการท่องเที่ยว ระบบเศรษฐกิจ มุ่งหมายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

...

พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.สงขลา กล่าวในที่ประชุมท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมฟังว่า ทางหน่วยงานราชการได้พยายามทำการประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ และรถกระจายเสียงเคลื่อนที่ของ สภ.ปาดังเบซาร์ ให้ชาวบ้านช่วยสอดส่องพฤติกรรมที่น่าสงสัยของคนร้าย เช่น การมาจอดรถจักรยานยนต์ที่ผิดสังเกต จอดแล้วคนร้ายเดินหนี รถยนต์ที่ผิดสังเกต ดัดแปลงสีที่กระโปรงหน้า ป้ายทะเบียนแปลก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมทั้งขอร้องให้ทุกบ้าน ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ช่วยกันติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะนอกเหนือจากของหน่วยงานรัฐแล้ว เราสามารถตรวจสอบบันทึกการกระทำของคนร้ายได้ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมได้โดยเร็ว

ด้าน นายทวีวุฒิ สังข์ศิริ นอภ.สะเดา กล่าวว่า มอบนโยบายให้เทศบาลรีบดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดเร่งด่วน โดยกำหนดจุดติดตั้งครั้งแรก 170 ตัว กำหนดติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ส่วนกล้องวงจรปิดที่มีอยู่แล้ว ให้ทำการตรวจสอบว่าใช้การได้หรือไม่ และทำการเชื่อมโยงไปยังศูนย์ของเทศเมืองปาดังเบซาร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแล ส่วนเอกชน ร้านค้า หรือบ้านเรือนทั่วไป ให้ช่วยกันติดตั้งพร้อมหันหน้าออกนอกถนน บ้านละ 1 ตัว ให้เจ้าหน้าที่ อส. ร่วมจิตอาสา ตชส. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ทำการตรวจเข้มรถจักรยานยนต์ พร้อมตรวจสอบในตัวรถทุกคัน ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนชาวบ้านที่มาร่วมประชุม ต่างกระตือรือร้นขอมีส่วนร่วมในการป้องกันเหตุ พร้อมเต็มใจที่จะดูแลบ้านเมือง โดยกล่าวสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งตำหนิเจ้าหน้าที่ เช่น ปล่อยให้บุคคลจาก 3 จังหวัด เข้ามาแฝงตัวในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่ที่ใกล้มาเลเซีย มีทั้งที่เข้ามาแบบหลบหนีคดี บางคนก็แปลกหน้า แต่ไม่มีการตรวจสอบ ปล่อยให้วัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติด กลายเป็นแหล่งค้าส่งใบกระท่อมรายใหญ่ในประเทศ.