ชาวนาอ่างทองสู้ภัยแล้ง! หันมาปลูกกระเจี๊ยบ พืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ดี วันละ 300-500 บาท ขยายพื้นที่ปลูกจาก 1 ไร่ เพิ่มอีก 5 ไร่ สู้ภัยแล้ง เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ในขณะที่ยังปลูกข้าวไม่ได้

วันที่ 15 ก.ค. 58 นายชาญณรงค์ อายุ 51 ปี และนางนริศรา อายุ 45 ปี กสิผล สองสามีภรรยา ชาวนาบ้านเลขที่ 9/3 หมู่ 1 ตำบลไผ่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ชาวนาสู้ภัยแล้ง หันมาปลูก กระเจี๊ยบเขียว พืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ หลังชลประทานชะลอการจ่ายน้ำ ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล จำต้องหยุดทำนา กว่า 50 ไร่ ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว จึงได้หันมาทดลองปลูกกระเจี๊ยบ พืชใช้น้ำน้อย จำนวน 1 ไร่ 2 งาน สร้างรายได้ โดยใช้น้ำจากบ่อบาดาลเก่า กลางทุ่งนา และสระน้ำที่ขุดไว้ในแปลงนา มาหล่อเลี้ยงต้นกระเจี๊ยบ หลังผ่านไป 45 วัน กระเจี๊ยบเริ่มออกฝักเก็บสร้างรายได้ วันละ 300-500 บาทต่อวัน นานร่วม 5 เดือน จึงได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก จำนวน 5 ไร่

ด้าน นายชาญณรงค์ เผยว่า หลังประสบภัยแล้งต้องหยุดทำนา ขาดรายได้ จึงเริ่มทดลองปลูกกระเจี๊ยบเขียว จำนวน 1 ไร่ 2 งาน ในพื้นที่นา โดยครั้งแรก ลงทุนไปประมาณ 1,000 บาท และเมื่อกระเจี๊ยบเจริญเติบโตได้ร่วม 2 เดือน ก็สามารถเก็บฝักกระเจี๊ยบขาย ได้วันละ 30-50 กิโลกรัมในราคา กิโลกรัมละ 16 บาท โดยเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบขายแล้ว ได้เงินกว่า 25,000 บาท จึงได้ปรึกษาภรรยาได้ขยายพื้นที่ในการปลูกกระเจี๊ยบเพิ่มขึ้น ส่วนการดูแลการปลูกกระเจี๊ยบนั้น ใช้น้ำบาดาลและน้ำในสระกลางนา หล่อเลี้ยง ในช่วงการปลูกระยะแรกนั้น จะใช้น้ำรดกระเจี๊ยบ สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง และในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตก็รดน้ำ กระเจี๊ยบ วันเว้นวัน แต่ที่สำคัญต้องคอยเอาใจใส่ ดูแลอย่างดี เพื่อป้องกันแมลงกัดกินเสียหาย

ส่วนนางนริศรา กล่าวว่า การปลูกกระเจี๊ยบเขียว พืชชนิดนี้ต้องคอยเอาใจใส่ดูแลอย่างดี มากกว่าการปลูกข้าว ต้องอยู่ภายในสวนทุกวัน เพื่อดูแล และต้องคอยฉีดพ่นยาฆ่าแมลงที่มาคอยกัดกิน พร้อมการใส่ปุ๋ย อาทิตย์ละครั้งเพื่อเพิ่มผลผลิต โดยกระเจี๊ยบเขียว ปลูกอายุได้ 45 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตสร้างรายได้แล้ว วันละ 300-500 บาท และที่สำคัญเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 3-5 เดือน แล้วแต่การดูแล โดยตนเองได้นำน้ำที่สูบมาจากบ่อในท้องนาเก็บไว้ในบ่อปูน แล้วนำสารหมักชีวภาพมาเติม ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ แล้วนำไปรดกระเจี๊ยบเขียวในสวนตนเอง ทำให้กระเจี๊ยบ สามารถเติบโตได้ดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากสารสกัดชีวภาพ จะเป็นปุ๋ย เป็นการสร้างรายได้สู้ภัยแล้ง เลี้ยงครอบครัวต่อไป

...