ผบ.ตร. เผย นายกฯ สั่งตั้งกรรมการสอบ กรณี "บิ๊กแจ๊ด" พกอาวุธผ่านด่านตรวจสนามบินสุวรรณภูมิมอบ ผบช.ภ.1ดำเนินการ ประกาศหยุดจ้อตั้งกาสิโนหลังถูกปราม ประชุม ก.ตร.โผตั้ง รองผู้บัญชาการ ถึง ผู้บังคับการ 13 ตำแหน่ง

วันที่ 25 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พกพาอาวุธปืนผ่านด่านตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ออกนอกประเทศไปจนถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 รับไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ และในเรื่องนี้ ยังไม่ได้รับการประสานงานจากทางการประเทศญี่ปุ่นในเรื่องของคดีความ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ไม่ได้ตั้งใจที่จะพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินไป

และคดีนี้ จะต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศญี่ปุ่น โดยกองการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้ความช่วยเหลือ หากมีการประสานมาจาก พลตำรวจโทคำรณวิทย์

ส่วนกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ออกมาท้วงติง การแสดงความคิดเห็นแนวคิดจัดตั้ง เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์นั้น พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันว่า จากนี้ไป จะขอยุติการแสดงความเห็นส่วนตัวในเรื่องดังกล่าว และน้อมรับคำท้วงติงของนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้บังคับบัญชาบอกถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจาก ดำรงตำแหน่งข้าราชการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอยู่

พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าว ก่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน ว่า จะมีการพิจารณาแต่งตั้งในระดับรองผู้บัญชาการ ถึง ผู้บังคับการ นอกวาระ รวม 13 ตำแหน่ง โดยบางส่วนเป็นข้าราชการตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจา ซึ่งไม่ได้มีความผิดร้ายแรงถึงขั้นดำเนินคดีอาญา แต่มีการปล่อยปละละเลย จึงต้องสับเปลี่ยนโยกย้าย เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในครั้งนี้ จะแสดงให้นานาชาติเห็น ว่า ทางการไทย มีการดำเนินการอย่างจริงจังกับข้าราชการที่ทุจริต หรือ บกพร่องต่อหน้าที่ ส่วนจะได้มีการปรับระดับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ จากที่ไทยอยู่ในบัญชี กลุ่มเทียร์ 3 ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้พิจารณาต่อไป.

...