เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. น.ส.วาสนา ใจกล้า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการฝึกอบรม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) หรือที่นักท่องเที่ยวและนักนิยมพันธุ์ไม้ตั้งฉายาให้เป็น “สวนสวรรค์สุพรรณบุรี” ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า จากการที่ปัจจุบันต้นกระเจียวและต้นปทุมมา กลายเป็นพืชส่งออกที่สำคัญเป็นอันดับสองรองจากกล้วยไม้ โดยสามารถทำรายได้เข้าประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะส่งออกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์ฯจึงได้เร่งส่งเสริมให้เกษตรกรไทยหันมาให้ความสนใจกับพืชชนิดนี้มากขึ้น เพราะเป็นพืชที่ทรงคุณค่าของไทยและมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย โดยได้มีการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆออกมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง

น.ส.วาสนาเผยต่อไปว่า ต้นกระเจียวและต้นปทุมมานี้ นอกจากจะนำไปใช้ในการจัดสวน จัดสถานที่ ประดับช่อแจกัน เพราะเป็นพืชที่มีอายุการใช้งานได้นานกว่า 1 เดือนกว่าจะโรย และการเจริญเติบโตเหมาะกับอากาศของไทยแล้ว ที่สำคัญคนไทยยังนิยมนำเอากระเจียวกับปทุมมานี้ไปบริโภคเป็นอาหาร รวมทั้งปัจจุบันมีการวิจัยทางการแพทย์

โดยนำเอาหัวกระเจียวมาผลิตเป็นยาได้อีกด้วย ล่าสุดศูนย์จึงได้จัด “เทศกาลทุ่งดอกกระเจียวสื่อรักวันแม่” ขึ้น ด้วยการเปิดให้เข้าชมทุ่งดอกกระเจียวจาก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ลัดดาวัลย์ คอร์ดาต้า กระเจียวขาว และปทุมมาอีก 10 สายพันธุ์ ได้แก่ เชียงใหม่พิงค์ ช็อกโกแลต กรีนช็อกโกแลต ไวท์พีซ พิงค์พีซ แดงดอยตุง ปทุมรัตน์ ทับทิมสยาม สยามคราวน์ บิ๊กเรด มากกว่า 1 แสนดอก บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรีได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.