ลูกชายบินด่วน หอบหลักฐานซื้อขายปืนเจ้าปัญหา ช่วย 'บิ๊กแจ๊ด' (ชมคลิป)

ข่าว

    ลูกชายบินด่วน หอบหลักฐานซื้อขายปืนเจ้าปัญหา ช่วย 'บิ๊กแจ๊ด' (ชมคลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    25 มิ.ย. 2558 03:50 น.

    โบว์ลิ่ง ลูกชายบิ๊กแจ๊ด-คำรณวิทย์ บินด่วนไปญี่ปุ่น หอบหลักฐานซื้อขายและทะเบียนปืนเจ้าปัญหาของพ่อให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นตรวจสอบ เผยหากศาลญี่ปุ่นตัดสินมีความผิด ต้องรับโทษตามกฎหมายเมืองปลาดิบ 1 ใน 3 ก่อนส่งกลับเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เผยโทษจำคุก 1-10 ปี ขณะที่การท่าอากาศยานไทยเรียงแถวแจงวุ่นไม่พบบิ๊กแจ๊ดซุกปืนออกนอกประเทศ ด้านนายกรัฐมนตรี ติงสื่ออย่าโยง “บิ๊กแจ๊ด” พกปืนกับไอเคโอ ส่วน รมว.กลาโหมบอกยังไม่รู้ว่าเอาปืนออกจากประเทศไทยหรือเพิ่งได้ที่ญี่ปุ่น แต่ถ้าออกจากประเทศไทย ถือว่าเจ้าหน้าที่ห่วย

    กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. นายตำรวจคนดัง ถูกจับกุมที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย หลังถูกพบว่ามีปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง ขณะที่เจ้าตัวแจงว่า เป็นปืนแฟชั่นที่เก็บไว้ในกระเป๋าส่วนตัวนานจนลืม ขณะเดียวกันมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่ปล่อยให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ นำอาวุธปืนผ่านขึ้นเครื่องบินไปได้ เป็นความบกพร่องจากสาเหตุอะไร



    ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 24 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบก.ตท.กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในส่วนของกองการต่างประเทศ อยู่ระหว่างรอการประสานเกี่ยวกับเอกสารอย่างเป็นทางการ ยังระบุไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด แต่โดยหลักการ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนแนวทางการให้การช่วยเหลือ ทำได้เพียงแค่ประสานทางการทูต และยืนยันทางเอกสารว่าเคยดำรงตำแหน่ง ผบช.น.จริง ขณะที่กระบวนการทางกฎหมายของญี่ปุ่นดำเนินการอยู่นั้น ต้องถูกควบคุมตัวภายใน 20 วัน แต่คาดว่าในวันนี้น่าจะมีความชัดเจน ทางการญี่ปุ่นจะสั่งฟ้อง พล.ต.ท.คำรณวิทย์หรือไม่ หากศาลประเทศญี่ปุ่น ตัดสินว่ามีความผิดจริง ตามขั้นตอนของกฎหมายระหว่างประเทศ ในเรื่องการประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะต้องรับโทษ 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น ก่อนประสานส่งตัวกลับไทย

    ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากสถานทูตไทย ที่ประเทศญี่ปุ่น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกจับเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.เวลา 17 นาฬิกาเศษ ขณะกำลังเดินทางกลับประเทศไทย เท่าที่ทราบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์รับสารภาพเป็นปืนของท่านจริง แต่ที่เอามาเพราะลืมไว้ในกระเป๋าใส่ยา ทั้งนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เกษียณอายุราชการ และไม่ได้ไปในฐานะที่ไปทำงานให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ถ้ามีการประสานด้านข้อมูลต่างๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะรีบดำเนินการให้ ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าท่านลืม ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.สั่งการมาให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และให้ตรวจสอบว่ามีใครเดินทางไปด้วยในวันดังกล่าว รวมถึงข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สุวรรณภูมิ ภาพกล้องวงจรปิด ภาพจากเครื่องเอกซเรย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าวด้วย สำหรับปืนดังกล่าวนั้นขนาดเล็กมาก อาจจะทำให้เครื่องสแกนผิดพลาด



    ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น.ถูกจับกุมอาวุธปืนที่ญี่ปุ่น จะส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) หรือไม่ว่า ไม่เกี่ยว อย่าไปเขียนให้ปนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของการลักลอบนำสิ่งของขึ้นเครื่องบิน กำลังสอบอยู่ว่ามันไปได้อย่างไร อย่าไปหาเรื่องเอาไปตีไอเคโอ เป็นเรื่องของบุคคล ไอเคโอเป็นเรื่องขององค์กร ต้องแยกออกจากกัน เขียนให้ประเทศชาติไปได้บ้าง เมื่อถามว่า ถือประเทศไทยมีความผิดด้วยหรือไม่ เพราะปล่อยให้อาวุธออกประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า แล้วอย่างไร เขาเป็นใคร ตนพูดเมื่อกี้ไม่ได้ฟังหรือ ก็ไปสอบสวนว่าผ่านการตรวจไปได้อย่างไร มีการละเว้นกันหรือไม่ ผ่านการตรวจเอกซเรย์หรือเปล่า กำลังสั่งให้ไปสอบแล้วผิดก็คือผิด เมื่อถามว่า จะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็อำนวยความสะดวกในเรื่องของทนายความ เรื่องความยุติธรรมก็ว่ากันไป พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ใช่ข้าราชการ เป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องดูแล

    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ความมั่นคง จะต้องตรวจสอบในเรื่องอาวุธ และสิ่งของที่ผิดกฎหมายที่จะออกไปต่างประเทศให้ดี ถ้าไปเจอที่ต่างประเทศแล้วบอกว่า ผ่านมาจากประเทศไทยแสดงว่าเครื่องมือเราใช้ไม่ได้ และเจ้าหน้าที่เราห่วย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยกันดูแล รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังตรวจสอบว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่รู้ว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ปืนมาจากที่ญี่ปุ่น หรือนำออกไปจากประเทศไทย ถ้านำออกจากประเทศ ไทยถือว่า เจ้าหน้าที่ใช้ไม่ได้ เพราะต้องตรวจสอบทุกคนไม่มีเว้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลพิเศษระดับไหน ต้องตรวจสอบให้หมด ไม่มีการยกเว้นแม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตาม ต่อไปจะต้องเพิ่มความเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่และเครื่องมือในการตรวจสอบว่าใช้ได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องดำเนินการ

    มีรายงานด้วยว่า เมื่อคืนวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง หรือโบว์ลิ่ง ลูกชาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้บินด่วนไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำหลักฐานการซื้อและทะเบียนอาวุธปืน เพื่อไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ทางประเทศญี่ปุ่นตรวจสอบ หลังได้รับการประสานจากผู้เป็นพ่อ

    ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกต เหตุใด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ถึงนำปืนผ่านจุดตรวจค้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกนอกประเทศไปได้ ว่า ได้รับรายงานจากนายประสงค์ พูลธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยาน-ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่า ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดตรวจค้น และตรวจกระเป๋าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องบิน ไม่พบว่ามีการนำอาวุธปืนออกไป มั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในเรื่องของระบบการรักษาความปลอดภัยสนามบินของไทย พร้อมกับกำชับให้เข้มงวดกับทุกคนรวมทั้งบุคคลวีไอพี จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจค้นไม่มีการยกเว้น ขณะเดียวกันการดำเนินการต้องพึงระมัดระวังด้วยความเหมาะสมไม่ให้เกิดปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับจุฬาราชมนตรีก่อนหน้านี้

    “ได้รับรายงานจากประธานบอร์ด ทอท. ว่า มีการเรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อตรวจสอบรายละเอียดกรณีที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และพร้อมจะยืนยันแสดงหลักฐานโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้สามารถที่จะเปิดเผยให้กับสื่อมวลชนและสาธารณะได้” พล.อ.อ.ประจินกล่าว

    ทั้งนี้ นายประสงค์ พูลธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานบอร์ด ทอท.กล่าวยืนยันว่า หลังจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ช่วงที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยพบว่าออกทางช่องวีไอพีของสายการบินไทย ได้ให้ความร่วมมือที่ดีในจุดตรวจค้น มีการถอดสูท และเดินกลับมาถอดรองเท้าอีกรอบ ส่วนกระเป๋าเป้ที่ถือติดตัวก็ผ่านเครื่องเอกซเรย์และเมื่อตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดไม่พบว่าพกปืนติดตัวหรืออยู่ในกระเป๋าเป้ในวันดังกล่าว ขณะเดียวกันมีการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน เอกซเรย์ด้วยเครื่องซีทีเอกซ์ไม่ปรากฏว่าพบสิ่งผิดปกติ เพราะระบบจะขึ้นคำว่าเคลียร์ ไม่พบว่ามีการนำปืนผ่านออกจากท่าอากาศยานสุวรรณ– ภูมิ ส่วนความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเป็นไปได้ยาก เพราะมีการนำภาพจากเครื่องเอกซเรย์มาดูย้อนหลัง ก็ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด ดังนั้นรายละเอียดเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอเข้ามาตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป แต่เชื่อว่าผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดอยู่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์

    ส่วนนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กก.ผอ.ใหญ่ ทอท.กล่าวยืนยันว่า ระบบการรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิมี 2 ส่วน คือกระเป๋าสัมภาระจะผ่านการตรวจสอบเครื่องซีทีเอกซ์ มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบวัตถุระเบิดหรือสารตั้งต้นของระเบิด รวมถึงกระสุนปืนหรือคราบเขม่าดินปืน หากพบความผิดปกติระบบจะคัดแยกกระเป๋าออกมาเพื่อนำมาเปิดตรวจค้น ในส่วนนี้ทาง TSA (Transportation Security Administration) เป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาตรวจสอบเป็นระยะๆ ในขณะที่อีกส่วนคือการตรวจบริเวณจุดตรวจค้น จะมีเครื่องสแกนบุคคลที่เดินผ่านและเครื่องเอกซเรย์กระเป๋าสิ่งของสัมภาระ มีเจ้าหน้าที่ตรวจดูหากพบสิ่งผิดปกติจะให้เปิดกระเป๋าตรวจค้น ดังนั้นกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เมื่อตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลบันทึกไว้ไม่พบว่ามีการพกอาวุธปืน เป็นข้อที่พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ในขณะนี้

    “การตรวจสอบของ ทอท.เป็นไปในทางวิทยาศาสตร์ผ่านเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเครื่องซีทีเอ็กซ์ และเครื่องสแกนร่างกายก็ไม่พบความผิดปกติ หากจะตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องซีทีเอ็กซ์มีปัญหาหรือไม่ จะมีหน่วยงานทีเอสเอตรวจสอบเป็นระยะ ทุกปี ไม่น่ามีปัญหา ทั้งนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ผ่านช่องทางพิเศษ เป็นช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใหญ่ แต่ขั้นตอนและอุปกรณ์การตรวจร่างกายและสัมภาระ จะเหมือนกับช่องทางปกติทั่วไป เพราะช่องทางพิเศษจะอำนวยความสะดวกในเรื่องของการตรวจค้นที่แยกออกมาเฉพาะเท่านั้นเอง” นายนิตินัยกล่าว

    ด้านนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การนำอาวุธปืนไปกับอากาศยานระหว่างประเทศนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการตามมาตรฐานและขั้นตอนที่ ทอท.กำหนด และจะอนุญาตให้เฉพาะภาครัฐหรือหน่วยงาน องค์กรที่ภาครัฐให้การรับรอง โดยมีหนังสือขออนุญาตทำถึง ทอท.ล่วงหน้า เช่น ขอนำอาวุธปืนไปแข่งขันกีฬา เป็นต้น ส่วน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ตรวจสอบแล้วไม่มีการทำหนังสือขออนุญาตแต่อย่างใด

    เช่นเดียวกับ ร.อ.ปรารถนา พัฒนศิริ ผอ.ใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินมีขั้นตอนปฏิบัติ ซึ่งการบินไทยมีระเบียบขั้นตอนตามมาตรฐานสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA: International Air Transport Association) ทั้งนี้ ผู้โดยสารต้องทำเอกสารขออนุญาตนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินยื่นให้การบินไทยพิจารณาล่วงหน้า โดยต้องแจ้งเหตุผลอันสมควรที่จะนำอาวุธปืนออกไปนอกประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬายิงปืนที่จะนำไปใช้ในการแข่งขัน เมื่อได้รับอนุญาตให้นำอาวุธปืนขึ้นเครื่องจะต้องนำไปโหลดไว้ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำพกติดตัวขึ้นไปอยู่ในห้องโดยสารบนเครื่องบินทุกกรณี นอกจากนี้ การนำอาวุธไปกับเครื่องบินโดยสารต้องแจ้งให้ท่าอากาศยานทุกประเทศทั้งต้นทางและปลายทางรับทราบ และต้องผ่านการตรวจค้นโดยท่าอากาศยานของแต่ละประเทศ

    อีกด้านหนึ่ง นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผวจ.ปทุมธานี กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ตนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์นั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เดินทางไปด้วย ไม่รู้ว่าไปเอาข่าวนี้มาจากไหน ส่วนที่มีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของจังหวัดปทุมธานี เดินทางร่วมคณะนั้น เท่าที่ทราบมี นายเฉลิมพล มั่งคั่ง ปลัดจังหวัด และหน่วยงานปกครองท้องถิ่น แต่ได้ลาพักร้อน และทำหนังสือเดินทาง ไปอย่างถูกต้อง ส่วนรายละเอียดต่างๆนั้นไม่ทราบ

    เย็นวันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสรุปความคืบหน้ากรณีนี้ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียวได้ส่งเจ้าหน้าที่สถานทูตไปเป็นล่ามและประสานงาน และได้แนะนำทนายความให้กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์แล้ว ในส่วนของรายละเอียดของเหตุการณ์ อยู่ในกระบวนการสอบสวนยังต้องรอการพิจารณาตามกฎหมายของญี่ปุ่น โดยปัจจุบัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจญี่ปุ่นที่สถานีตำรวจท่าอากาศยานนาริตะ ศาลสามารถพิจารณาควบคุมตัวไม่เกิน 20 วัน สำหรับกระบวนการทางกฎหมายนั้น ตำรวจญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปสำนวนคดีให้อัยการพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ โดยอัยการต้องตัดสินใจสั่งฟ้องภายใน 20 วัน หากศาลรับฟ้องบุคคลที่ถูกสั่งฟ้องจะต้องขึ้นศาลภายใน 1 เดือน เพื่อให้ศาลพิจารณาคดี ส่วนโทษในการครอบครองอาวุธปืนของญี่ปุ่นคือ จำคุก 1-10 ปี และโทษในการครอบครองกระสุนปืนคือ จำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 1 ล้านเยน ทั้งนี้ สถานทูตจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ว่า โฆษกตำรวจญี่ปุ่นระบุว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ถูกควบคุมตัวที่สนามบินนาริตะในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ข้อหาครอบครองอาวุธปืนและกระสุนปืน ขณะเตรียมเดินทางออกจากญี่ปุ่นกลับไทย โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้การยอมรับเป็นปืนของตัวเองที่เพื่อนให้เป็นของขวัญ และลืมว่าได้เก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง โฆษกตำรวจญี่ปุ่นคนดังกล่าวระบุด้วยว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์เข้าประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. และเข้าดูงานโรงเผาขยะร่วมกับคณะชาวไทยอีกประมาณ 80 คน แต่ไม่มีรายละเอียดอื่นๆ ทั้งนี้ การควบคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์เกิดขึ้น 2 สัปดาห์หลังนักศึกษาไทย 5 คน ถูกจับที่สนามบินเมืองลาฮอร์ในประเทศปากีสถาน หลังนักศึกษาคนหนึ่งใน 5 คนนี้ พยายามลอบนำปืนและกระสุนขึ้นเครื่องบิน

    มีรายงานจากคนใกล้ชิด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ว่า ปืนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ลืมไว้ในกระเป๋าเป็นปืน นอร์ท อเมริกัน อาร์ม .22 ขณะที่นายตรีลุพท์ หรือโบว์ลิ่ง ลูกชายที่บินด่วนนำหลักฐานไปพบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะได้พบกันในเช้าวันที่ 25 มิ.ย. โดยขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างอัยการยื่นคำร้องฝากขัง 10 วัน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้ชัดเจน ถ้าไม่เสร็จก็จะยื่นคำร้องฝากขังต่ออีก 10 วัน โดยคนใกล้ชิดคนดังกล่าวบอกว่า เชื่อน่าจะเป็นการลืมมากกว่า เพราะไม่มีใครจัดกระเป๋าให้

    สำหรับปืนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเป็นปืนลูกโม่จิ๋ว North American Arms ขนาด .22 ใส่กระสุน 5 นัด เป็นปืนแบ็กอัพ หรือปืนพกซุกซ่อน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ข่าวบิ๊กแจ๊ดคำรณวิทย์ ธูปกระจ่างบิ๊กแจ๊ดถูกจับสนามบินนาริตะญี่ปุ่นโบว์ลิ่ง ลูกชายบิ๊กแจ๊ดบินด่วนไปญี่ปุ่นหอบหลักฐานทะเบียนปืนตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 04:51 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์