คนบ้านเดียวกันมาทำกันได้ สาวชุมพรบ้านอยู่ท่าแซะ โอนเงินกว่า 6 หมื่นซื้อทุเรียนหมอนทอง ใส่ปิกอัพขนไปถึงแผงแล้วปรากฏว่า เป็นทุเรียนอ่อนขายไม่ได้ ติดต่อเจ้าของสวนก็ทำโยกโย้ร่ำไรเลยแจ้งความดำเนินคดี ชี้โทษอาญายอมความไม่ได้...    

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 มิ.ย.58 น.ส.โสริยา อินทร์พรหม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1324/2หมู่ 17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ตอนครึ่งสีดำ ทะเบียน ฒย 9671 กรุงเทพมหานคร บรรทุกทุเรียนหมอนทองเต็มคัน เข้าแจ้งความร้องทุกข์หลังถูกชาวสวนหลอกขายทุเรียนอ่อน ต่อ พ.ต.ท.พนัส หมุนวงค์ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

แต่เนื่องด้วยปัญหาการขายทุเรียนอ่อน เป็นนโยบายสำคัญของจังหวัด และรัฐบาล ทางพ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สภ.ท่าแซะ จึงได้ประสานไปยัง นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอท่าแซะ นายสว่าง โกดี เกษตรอำเภอท่าแซะ นายสังคม ชุมสุข นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร มาร่วมสอบสวน

น.ส.โสริยา ให้การว่าตนเองเป็นคนชุมพร แต่ไปเปิดแผงขายทุเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยมีพ่ออยู่ที่ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จะเป็นคนติดต่อซื้อทุเรียนกับชาวสวน ต่อมาพ่อได้โทรศัพท์แจ้งกับตนว่า นายสิทธิศักดิ์ เกิดเขียว บ้านอยู่หมู่ 17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จะตัดทุเรียนในสวนขาย ตนจึงได้ติดต่อซื้อจำนวน 1,260 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 53 บาท ต่อมาวันที่ 14 มิ.ย. นายสิทธิศักดิ์ได้ตัดทุเรียนพร้อมป้ายน้ำยาเร่งสุกให้ด้วย พ่อตนจึงไปขนทุเรียนทั้งหมดมาเก็บไว้ที่บ้าน พร้อมกับแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารของนายสิทธิศักดิ์ ตนจึงได้โอนเงินจำนวน 66,780 บาท ผ่านธนาคารไปให้ในวันเดียวกัน

...

ต่อมาวันที่ 15 มิ.ย. จึงพร้อมด้วยสามี ขับรถยนต์กระบะจากกรุงเทพฯมาที่บ้านพ่อ เพื่อบรรทุกทุเรียนกลับไปขายที่แผง แต่เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯแล้ว ช่วงเช้าได้นำทุเรียนไปที่แผง ปรากฏว่าเป็นทุเรียนอ่อน จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าของสวนให้รู้ แต่ได้รับคำตอบว่า ให้ตนคัดทุเรียนส่วนที่ดีขายไปก่อน ส่วนที่เหลือค่อยมาว่ากัน ซึ่งตนตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทุเรียนอ่อนทั้งหมด ไม่สามารถขายได้ และติดต่อแจ้งกับเจ้าของสวนให้รู้ แต่ก็พูดจาต่อรองจนยืดเยื้อเรื่อยมา ทำให้ต้องตัดสินใจเข้าแจ้งร้องทุกข์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสิทธิศักดิ์ ที่ได้ขายทุเรียนอ่อนโดยหลอกลวงให้หลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ อันเป็นเท็จ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ด้านพ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สภ.ท่าแซะ กล่าวว่า จากการนำตัวอย่างเนื้อทุเรียนจำนวนหนึ่งส่งไปที่สวนวิจัยและพัฒนาการเกษตร จ.ชุมพร ตรวจสอบด้วยเครื่องความร้อนอบแห้งวัดหาค่าเปอร์เซ็นต์ความหนัก ความแห้ง และค่าน้ำตาล ปรากฏว่ามีค่าเปอร์เซ็นต์เพียง 18-23 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามีค่าความสุกต่ำกว่ามาตรฐานมาก ซึ่งทุเรียนหมอนทองที่ได้คุณภาพความสุกของเนื้อจะอยู่ที่ 32 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

"ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนขายนั้น ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งกำชับให้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการขั้นเด็ดขาดมาอย่างต่อเนื่อง เพราะจังหวัดชุมพร มีเกษตรกรปลูกทุเรียนมากที่สุดในภาคใต้ หากตัดทุเรียนอ่อนจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยรวมและเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับกรณีนี้ทางตำรวจ จะเรียกตัวชาวสวนที่ถูกแจ้งความขายทุเรียนอ่อนมารับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีความผิดทั้งพรบ.คุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายอาญาที่ไม่สามารถยอมความกันได้" ผกก.ท่าแซะกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า การดำนเนิคดีในข้อหา ‘หลอกลวงให้หลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ อันเป็นเท็จ’ กรณีหลอกขายทุเรียนอ่อน เคยมีตัวอย่างเกิดขึ้นที่อ.แกลง จ.ระยอง และศาลได้ตัดสินให้จำคุก ผู้ที่ขายทุเรียนอ่อนมาแล้วด้วย.