จากกรณีที่เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจากกลุ่มประมงพื้นบ้านปากน้ำปราณ สามร้อยยอด กุยบุรี อ่าวบ่อนอก และอ่าวประจวบ ใน อ.เมือง กุยบุรี สามร้อยยอด ปราณบุรี ทับสะแก ยื่นหนังสือถึงนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้ยับยั้งการทำประมงของเรือดำหอยจอบ ที่มีกว่า 180 ลำ ในระยะ 500 - 3,000 เมตร ห่างจากชายฝั่งทะเล รุกล้ำพื้นที่ของเรือประมงพื้นบ้าน ส่งผลในน้ำทะเลขุ่นเกิดตะกอนเลนฟุ้งกระจาย สัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ระบบนิเวศเสียสมดุล ต่อมา ผวจ.ได้ขอความร่วมมือให้เรือดำหอยจอบหยุดการทำประมงก่อน เพื่อหาข้อยุติระหว่างกลุ่มประมงพื้นบ้านกับเรือดำหอยจอบนั้น

นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับเรือดำหอยจอบ ผวจ.ได้ประสาน ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันในสัปดาห์หน้า ระหว่างนี้ให้เรือดำหอยจอบหยุดการดำเนินการ แต่ปรากฏว่ามีเรือดำหอยจอบบางลำละเมิดคำสั่งจังหวัด ไม่ให้ความร่วมมือ ยังคงแล่นเรือเข้ามาในพื้นที่อำเภอเมือง ทำให้ฝ่ายปกครองต้องสนธิกำลัง ประกอบด้วย กองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) ทหารหน่วยเฉพาะกิจอางศึก ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมง เจ้าท่า คุ้มครองสวัสดิการและแรงงาน และตำรวจน้ำ กว่า 100 นาย ตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมเรือดำหอยจอบที่วัดปากคลองเกลียว ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยแบ่งกำลังเป็น 3 ชุด ตรวจตราพื้นที่บริเวณที่มีปริมาณหอยจอบชุกชุม เพื่อป้องกันปราบปรามและตรวจจับสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งในการตรวจครั้งนี้ นอกจากเรื่องห้ามดำหอยแล้ว ยังได้บูรณาการหน่วยงานรัฐ ร่วมตรวจการกระทำผิดเรื่องการค้ามนุษย์ในกิจการประมงอีกด้วย

นายอำเภอกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันไม่มีกฎหมายประมงห้ามดำเก็บหอยจอบ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถจับกุมได้ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ได้นำ พ.ร.บ.ของทุกหน่วยงานที่บูรณาการร่วมกันมาเป็นตัวบังคับใช้ เช่น การตรวจค้นแรงงานผิดกฎหมาย ใบอนุญาตการประมง ยาเสพติด อาวุธปืน เป็นต้น เพื่อป้องปรามในเบื้องต้น ส่วนของความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเรือประมงพื้นบ้านกับเรือดำหอยจอบนั้น ต้องเจรจาที่ทุกฝ่ายยอมรับและสามารถใช้ผลประโยชน์ทางทะเลร่วมกันได้.

...