สุดสลด! คนใจร้ายอุ้มคนแก่มาทิ้งวัด ปล่อยให้นอนข้างเมรุ พบสภาพผ่ายผอม ไร้เรี่ยวแรงแม้จะพูดยังไม่มีเสียง พระลูกวัดเผย เห็นชายวัยประมาณ 30 ปี อุ้มมาทิ้ง ก่อนจะไปได้ก้มกราบแล้วขับรถหนีหาย ชาวบ้านเชื่อเป็นลูกหลานนำมาทิ้ง ต่างรุมสาปแช่ง ทหารประจำพื้นที่ธัญบุรีประสาน ตร. โรงพยาบาลช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 พ.ค.58 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากสมาชิกแจ้งข่าวเหยี่ยวเวหา จ.ปทุมธานี ว่า พบคนแก่อายุประมาณ 60 ปี ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ในวัดมูลจินดาราม หมู่ 3 ต.บึงยี่โถ อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีพระและชาวบ้านที่สงสารคอยหาน้ำหาข้าวให้ชายคนดังกล่าวกินประทังชีวิต จึงอยากให้เข้ามาตรวจสอบและหาทางช่วยเหลือชายคนดังกล่าวด้วย

เมื่อไปถึง วัดมูลจินดาราม ที่บริเวณศาลาหน้าเมรุเผาศพ พบกลุ่มชาวบ้านและพระในวัดกำลังมุงดูชายชรา ที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเก้าอี้ม้าหินอ่อน ในสภาพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีครีม ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะพูด

พระปรีชา วิสาโท พระลูกวัดมูลจินดาราม ซึ่งเป็นพระรูปแรกที่พบชายคนดังกล่าวถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ เผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 25 พ.ค. อาตมาได้ยินเสียงสุนัขภายในวัดส่งเสียงเห่าดังลั่นที่บริเวณศาลาหน้าเมรุ จึงสงสัยและออกจากกุฏิเพื่อเดินมาตรวจสอบหาที่มาของเสียงสุนัขเห่า เมื่อเดินมาใกล้ๆศาลา เห็นชายคนหนึ่ง อายุราวๆ 30 ปี กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงเก้าอี้ม้าหินอ่อนในศาลา เมื่อเพ่งมองก็เห็นว่าชายคนนั้นกำลังก้มลงกราบที่พื้นใกล้ๆ เก้าอี้ม้าหินอ่อน จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินออกไปที่ลานจอดรถหน้าวัด

"เมื่ออาตมาเดินไปก็พบชายชรา ร่างกายผอมบาง นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้หินอ่อน จากนั้นตนเองก็เดินๆ ไปมองที่ลานจอดรถแต่ก็ไม่เห็นชายคนที่ก้มกราบนั่นแล้ว ไม่ทราบว่าขับรถอะไรมาจากทางไหน ซึ่งอาตมาก็พยายามสอบถามชายชราคนที่นอนอยู่ก็ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ ตอบสั้นๆ จับใจความได้ว่ามาจากสุพรรณบุรี จากนั้นชายชราก็นอนหลับไป อาตมาก็ช่วยเหลือเพียงหายากันยุงมาจุดให้เท่านั้น"

พระปรีชา เล่าต่อว่า เมื่อเช้าก็มีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างก็สงสารและช่วยนำน้ำ อาหารมาให้ได้ดื่มกิน แต่ก็กินได้ไม่มากเหมือนคนป่วยไข้ พูดก็ไม่มีเสียง และไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งชาวบ้านที่พบเห็นต่างก็พากันคิดว่าคนที่นำชายชรามาทิ้งในวัดนั้นคงเป็นลูกหลาน ที่สิ้นคิดไม่เลี้ยงดูบุพการี ผู้มีพระคุณ และต่างก็สาปแช่งลูกหลานที่ทำอย่างนี้

ด้าน จ.ส.อ.พิชิต พิทักษ์ราษฏร์ นายทหาร ประจำ บก.ชุดประสานงานประจำพื้นที่อำเภอธัญบุรี เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากประชาชน จึงนำกำลังมาตรวจสอบ และประสานงานไปยัง สภ.ธัญบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลธัญบุรี เพื่อเข้ามาช่วยเหลือชายชราในเบื้องต้น โดยจะนำตัวไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอาการ อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบ ไม่พบเอกสารหลักฐานใดๆ ในตัว ทราบเพียงว่าเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี คงต้องให้แพทย์ดูแลอาการจนกว่าจะดีขึ้น เพื่อจะได้พูดคุยให้ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามระเบียบของกฎหมายต่อไป