พบศพชายไม่ทราบชื่อ พกโฉนดที่ดิน-ทะเบียนบ้าน ลอยเป็นศพหลังหอพัก นศ.หญิง นานนับสัปดาห์ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 27 พ.ค. 58 พ.ต.ท.พูลทรัพย์ ทหราวนิช พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ร่วมกัน เข้าตรวจสอบ ศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในคูน้ำ หลังหอพักนักศึกษาหญิง ภายในมหาวิทยาลัยรำไพพรรณี จันทบุรี ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี
ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอบบริเวณเป็นคูน้ำกว้างประมาณ 10 เมตร โดยกั้นเป็นแนวระหว่างหอพักหญิง กับสนามกอล์ฟของมหาวิทยาลัยฯ โดยที่มีป่าหญ้าปกคลุม นอกจากนี้ ภายในน้ำพบศพ ผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีดำ ลอยคว่ำหน้า ติดกับกอสวะห่างจากฝั่งประมาณ 3 เมตร ในที่เกิดเหตุสร้างความตื่นตะหนก ตกใจให้กับ เหล่านักศึกษาที่พักอาศัยอยู่ภายในหอพักดังกล่าว รวมทั้งคณะอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ของมหาวิทยาลัยฯ ที่พบเห็นอย่างมาก
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการบันทึกภาพแล้ว มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ช่วยกันลงไปนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมา บนฝั่งเพื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้น
ผู้สื่อข่าวรายงายว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ช่วยกันลากศพขึ้นมาจากคูน้ำ ที่มีความลึกประมาณเกือบ 2 เมตร อย่างทุลักทุเล เนื่องจากสภาพศพเริ่มเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
จากการตรวจสอบของแพทย์เวรฯ ร่างที่พบเป็นชายสัญชาติไทย อายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป ไม่มีบาดแผล คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ศพได้สะพายย่ามอยู่ 1 ใบ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นไม่พบบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อแต่อย่างใด แต่พบทรัพย์สินเป็นเล่มสมุดทะเบียนบ้าน พระเครื่อง โฉนดที่ดิน มีดพับจำนวน 2 เล่ม
แต่ไม่สามารถตรวจเช็กชื่อเจ้าบ้าน จากเอกสารทะเบียนบ้านและโฉนดที่ดินที่พบได้ เนื่องจากมีสภาพเปื่อยเพราะอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ทราบเพียงที่อยู่ คือบ้านเลขที่ 136/1 ม.1 ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตำรวจชุดสืบสวน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในหอพัก เพื่อหาเบาะแสที่มาที่ไป แต่กับพบว่ากล้องวงจรปิดไม่สามารถใช้งานได้ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ประจำหอพักฯ ไม่มีใครทราบว่า ผู้ตายเป็นใคร เนื่องจากปกติ บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาภายในหอพักฯ ได้ นอกจากนี้พนักงานสอบสวน สารวัตรเวรเจ้าของคดี ยังไม่สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด ต้องรอการชันสูตรอย่างละเอียดจากแพทย์อีกครั้ง พร้อมกับจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบไปยังบ้านเลขที่ ตามสมุดทะเบียนบ้าน เพื่อหาสาเหตุของการตายในครั้งนี้ ต่อไป.