แก๊งอันธพาลเหิม บุกทุบรถ ปาระเบิดขวด ใส่บ้านพักหนุ่มวัยเบญจเพสที่ขอนแก่น เหยื่อเข้าแจ้งความ สงสัยฝีมืออดีตเพื่อนสาว ที่เคยมีเรื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก ตร.เร่งสอบสวนหาคนร้าย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำพิโล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และ ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเดา พนักงานสอบสวน สภ.ย่อยเมืองเก่า ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 135/221 บ้านเอื้ออาทรการเคหะ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ นายศตวรรษ วงศ์กอง อายุ 25 ปี

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 รับแจ้งเหตุ คนร้ายโยนระเบิดเพลิง เข้าไปในบ้านเลขที่ 135/221 บ้านเอื้ออาทรการเคหะ ตำบลเมืองเก่า และยังทุบกระจกรถยนต์ ที่จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ดังกล่าวด้วยจากการตรวจที่เกิดเหตุ พบว่า รถยนต์โตโยต้า ยี่ห้อ ยารีส หมายเลขทะเบียน กอ 984 ขอนแก่น ถูกทุบที่กระจกหลังจนเป็นรูโบ๋ มีก้อนหินตกอยู่ที่เบาะรถ

จากการสอบสวน นายศตวรรษ ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. กลับจากไปเที่ยวงานวันเกิด ที่ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ถึงที่บ้านก็อาบน้ำเตรียมขึ้นนอน เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์หลายคันขี่วนเวียนอยู่บริเวณหน้าบ้าน พร้อมทั้งมีเสียงเสียงดังคล้ายกับระเบิดที่หน้าบ้าน จึงได้รีบวิ่งออกไปดู เห็นกลุ่มวัยรุ่นรีบขี่รถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว จึงรีบเดินสำรวจรอบบ้าน พบโซฟาที่ตั้งอยู่ข้างบ้าน ไฟไหม้ลุกท่วมอยู่ จึงรีบดับไฟ เมื่อไฟดับก็เห็นเป็นขวดแก้วสปอนเซอร์ตกแตกอยู่ 2 ขวดบริเวณปลายขวดมีผ้าอุดไว้คล้ายกับระเบิดขวด ทั้งยังมีกลิ่นน้ำมันก๊าดเหม็นฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน เมื่อเดินออกไปหน้าบ้านก็พบว่ากระจกด้านหลังรถแตกเป็นรู รถที่เบาะหลังพบหินก้อนใหญ่ตกอยู่

นายศตวรรษ ให้การเพิ่มเติมอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่สงสัยใคร นอกจากเพื่อนสาวรายหนึ่ง ที่มีเรื่องทะเลาะกันผ่านทางเฟซบุ๊ก สร้างความหมาดหมางกับหญิงสาวคนนี้มานาน ซึ่งอาจจะจ้างพวกวัยรุ่นอันธพาลมาลงมือ เผาบ้าน ทุบรถก็เป็นได้ จึงอยากให้ตำรวจสืบสวนหาตัวคนร้าย

พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำพิโล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวภายหลังตรวจที่เกิดเหตุว่า จากการพูดคุยกับผู้เสียหายแล้ว ไม่มีเรื่องบาดหมางกับใครนอกจากเพื่อนสาวรายดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวน จากพยานแวดล้อมใกล้บ้านที่เกิดเหตุ รวมทั้งประสานขอความร่วมมือจากบ้านและร้านค้าภายในหมู่บ้านที่มีกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย การลงมือครั้งนี้คนร้ายน่าจะทำเพื่อข่มขู่ แต่การกระทำเช่นนี้ถือว่ารุนแรง หากผิดพลาด ประชาชนข้างเคียงก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน ซึ่งจะได้เร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.